สายตาของฮั่วเหวินจิ่งกวาดผ่านเหล่าเลขาที่ล้อมวงกันอยู่ ก่อนจะหยุดลงบนหลี่เฉิงเฉิงที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลาง เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เกิดอะไรขึ้น?”
อากาศพลันเงียบกริบจนได้ยินเสียงหายใจ
หลี่เฉิงเฉิงรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ สุดท้ายก็ยังลุกขึ้นยืน ก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม “บอส พวกเรา...แค่คุยกันเรื่อยเปื่อยค่ะ”
“เมื่อกี้ได้ยินพวกคุณพูดถึงผักจากบ้านสตรีมเมอร์นี่?”
จู่ ๆ ฮั่วเหวินจิ่งก็เอ่ยขึ้น
หลี่เฉิงเฉิงเหลือบมองคนอื่นโดยไม่รู้ตัว เห็นพวกเขาค่อย ๆ ถอยหลังไปครึ่งก้าวทันที
บางคนก้มหน้าทำทีจัดเอกสาร
บางคนทำเหมือนไม่เห็นอะไร แล้วถอยกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
ส่วนบางคนถึงกับย่อตัวลงเช็ดพื้นที่มันวาวจนสะท้อนแสงอยู่แล้ว...
หลี่เฉิงเฉิงกัดฟันเงียบ ๆ พวกไร้น้ำใจเอ๊ย! เธอฝืนใจตอบ “บอส พวกเราจะรีบทำงานเดี๋ยวนี้ค่ะ รับรองว่าจะไม่...”
“ทำรายชื่อออกมา ระบุอาการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุในบ้านให้ชัดเจน”
เสียงทุ้มต่ำของฮั่วเหวินจิ่งดังขึ้นกะทันหัน ขัดคำพูดของหลี่เฉิงเฉิง
หลี่เฉิงเฉิงชะงักไป
ส่วนฮั่วเหวินจิ่งก็หันกลับเข้าห้องทำงานไปแล้ว
“บอสหมายความว่ายังไงเนี่ย?”
“บอสได้ยินที่พวกเราพูดเมื่อกี้หรือเปล่า ถึงได้ให้ทำรายชื่อคนที่อยากซื้อผัก?”
“บอส...จะเปิดทางให้พวกเราเหรอ?”
“ให้พวกเราเหรอ? มั่นหน้าจริง ๆ บอสต้องทำเพื่อสตรีมเมอร์สาวสวยคนนั้นแน่ ลืมไปแล้วหรือไงว่าบอสช่วยเธอขายของด้วย!” เลขาคนหนึ่งทำสีหน้าเหมือน ‘ฉันมองออกหมดแล้ว’ จนถูกคนอื่นมองค้อน
“ปากเก่งนัก เมื่อกี้ทำไมไม่กล้าพูดสักแอะล่ะ?”