พอได้ยินคำพูดของเจียงหว่าน ผู้อาวุโสเสิ่นก็หัวเราะร่า “ดี! งั้นฉันจะรอยาที่เธอปรุงให้ฉันนะ!”
เจียงหว่านพยักหน้า
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ ราวกับเข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
ตอนเจียงเฉิงถือกล่องซานเหนียนจื่อวิ่งมา ผู้อาวุโสเสิ่นก็จ่ายเงินให้จริง ๆ จากนั้นหยิบขึ้นมากินทันที
พอกินเข้าไป เขาก็ชะงัก
“ซานเหนียนจื่อนี่หวานขนาดนี้เลยเหรอ?” ผู้อาวุโสเสิ่นประหลาดใจเล็กน้อย
ที่จริงพอเห็นซานเหนียนจื่อ เขาก็จำได้แล้วว่าที่บ้านเกิดเรียกมันว่า ‘ตังหนี’
แต่ตังหนีที่บ้านเขาไม่หวานเท่านี้
ซานเหนียนจื่อนี่ไม่เพียงหวาน ยังมีกลิ่นหอมผลไม้จาง ๆ กินแล้วหอมติดปาก
แถมเปลือกบาง เนื้อหนา
น้ำผลไม้ก็เยอะ
กัดเข้าไปคำเดียว น้ำก็แตกฉ่ำอยู่ในปาก
ช่างมหัศจรรย์จริง ๆ!
“ผู้อาวุโสเสิ่น น้ำตาลในเลือดคุณสูง กินสักสองสามลูกก็พอ อย่ากินเยอะนะครับ”
เห็นผู้อาวุโสเสิ่นหยิบกินทีละลูก ฉินหมิง หัวหน้าทีมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็อดเดินเข้าไปเตือนเสียงเบาไม่ได้
เพราะผู้อาวุโสเสิ่นไม่อยากรบกวนชาวบ้าน
ครั้งนี้เขาจึงพามาแค่ ‘บอดี้การ์ด’ ที่เห็นกันอยู่สองคน กับเจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่ซุ่มอยู่ไม่กี่คน ส่วนทีมแพทย์ประจำตัวไม่ได้มาด้วย
ผู้อาวุโสเสิ่นรู้สุขภาพตัวเองดี
ถึงอย่างไรก็อายุมากแล้ว ย่อมมีปัญหาสุขภาพอยู่บ้าง
ปกติเขาก็รู้จักหักห้ามใจตัวเอง เพราะยังมีภาระหน้าที่หนักอึ้งอยู่
แต่ตอนนี้เขากลับยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร อย่าเกร็งเกินไป ฉันรู้ขีดจำกัดตัวเอง”
