ผลสุดท้ายคือ หวังอี้ลี่กับหลิวเฟยเลือกเงิน
ส่วนเหลียงเฉินอวี่กับอี้ซีที่รีบกลับมาทีหลัง เลือก “ผัก” มูลค่า 100 หยวน
บนพื้นมีมันเทศสิบกว่าหัวที่ยังเปื้อนดิน ขนาดกำลังพอดี กับฟักทองหนัก 2 จินที่หั่นเป็นสี่ชิ้น
มุมปากของเหลียงเฉินอวี่กระตุกเล็กน้อย “เงิน 200 หยวน แลกได้แค่นี้เองเหรอ?”
อี้ซีมองมันเทศกับฟักทองบนพื้น พลางนึกถึงรสชาติที่ได้ลองตอนแอบกินของจากผู้กำกับช่วงบ่าย เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ก่อนยิ้มแล้วพยักหน้า “พี่เหลียง วางใจเถอะ คุ้มเกินราคาแน่นอน”
“อีกอย่าง ผมสืบมาแล้วว่าพวกเราทำงานได้ค่าแรงวันละ 10 หยวน ประหยัดหน่อย ถึงตอนนั้นค่อยเอาไปแลกอาหารจากทีมงาน รายสัปดาห์ก็ไม่เป็นปัญหาแล้ว”
เหลียงเฉินอวี่จะวางใจได้ยังไง
เขาเสียใจไปแล้ว...
ยิ่งตอนหวังอี้ลี่กับหลิวเฟยไปซื้อข้าวกล่องสองชุดจากบ้านชาวบ้านกลับมา แล้วกลิ่นหอมของกับข้าวลอยมาเตะจมูก เหลียงเฉินอวี่แทบจะกลั้นใจไม่ไหว
ถ้าไม่ได้กำลังไลฟ์อยู่
เขาคงโวยวายขอเปลี่ยนเป็นเงินไปแล้ว...
เงิน 200 หยวนแลกกับมันเทศสิบกว่าหัวกับฟักทองไม่กี่ชิ้น นี่มันหลุมพรางชัด ๆ...
แต่ไม่นาน ความเสียดายทั้งหมดก็ถูกกลิ่นหอมหวานเข้มข้นกลบไปจนหมด
“อะไรหอมขนาดนี้?”
“หอมจัง...”
หวังอี้ลี่กับหลิวเฟยที่นั่งเตรียมกินข้าวอยู่ตรงโต๊ะในลานบ้าน ก็ถูกกลิ่นนั้นดึงดูดจนวางตะเกียบแล้วสูดจมูกเดินไปที่ครัว
อี้ซีกำลังเติมฟืนหน้าเตา
ท่าทางยังไม่คล่อง แต่ตั้งใจมาก
ส่วนเหลียงเฉินอวี่ที่ยืนอยู่หน้าเตา จมูกขยับฟุดฟิด เห็นได้ชัดว่ากำลังสูดกลิ่นหอมหวานที่ลอยออกมาจากหม้อ
