ดั่งที่จูอี๋กล่าวไว้ ฝนตกติดต่อกันยาวนานกว่าสิบวัน
บางคราตกหนัก บางคราตกเบา บางวันท้องฟ้าก็เปิดอยู่ครึ่งวัน แต่ไม่นานฝนก็โปรยปรายลงมาอีก
ฝนที่ตกไม่หยุดทำให้อากาศชื้นแฉะ เสื้อผ้าและเครื่องนอนล้วนชื้นไปหมด ซักแล้วต้องนำไปผิงไฟให้แห้ง มิฉะนั้นยามสวมใส่จะรู้สึกไม่สบายตัวนัก
กระทั่งเช้าวันหนึ่ง ในที่สุดข้างนอกก็มีแดด จูอี๋รีบเปิดหน้าต่างมองออกไป ยังคงเห็นสายน้ำโคลนเล็ก ๆ ไหลลงมาตามลาดเขา
เหลือบมองเพียงแวบเดียว ก็ไม่รู้ว่ากระดูกของผู้ใดถูกน้ำชะออกมาอีกแล้ว
จูอี๋จุปากอย่างไม่สบอารมณ์ ม้วนขากางเกงขึ้น เปลี่ยนเป็นรองเท้าฟาง แล้วมุ่งหน้าไปยังนาขั้นบันได
ทางขึ้นเขาทั้งชื้นทั้งลื่น นางเดินลำบากมาก ใช้เวลาเดินทางไปถึงที่หมายมากกว่าปกติถึงเท่าตัว
ต้นกล้าข้าวล้มระเนระนาด ใบยังเปื้อนคราบโคลน บางต้นใบหักและส่วนหนึ่งห้อยจมอยู่ในน้ำ บางต้นถูกถอนรากถอนโคน ลอยอยู่ข้างคันนา
เพราะก่อนหน้านี้นางเปิดทางระบายน้ำไว้แล้ว จึงไม่เกิดน้ำท่วมขัง
นางประคองต้นกล้าข้าวที่ล้มให้ตั้งตรง ต้นที่พ้นน้ำแล้วก็ปักกลับลงไป ครั้นจัดการเสร็จจึงถ่ายพลังวิญญาณบางเบาลงในนาข้าว เพื่อหล่อเลี้ยงรากของพวกมัน เช่นนี้ก็จะรอดทั้งหมด
กว่าจะจัดการเสร็จใช้เวลาถึงสองชั่วยามเต็ม
เพียงเท่านี้ก็มองออกแล้วว่าต้นกล้าข้าวมีน้อยกว่าเดิมอยู่บ้าง ดูท่าจะถูกน้ำพัดหายไปจริง ๆ
ผลผลิตธัญพืชลดลงย่อมเป็นเรื่องแน่นอน ราคาข้าวก็คงสูงขึ้นแน่ คราวหน้าไปตลาดในเมือง ต้องซื้อธัญพืชเพิ่มเสียหน่อย
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรให้จัดการแล้ว จูอี๋จึงกลับไป
แต่หมู่บ้านทั้งสามแห่งใต้เขาได้รับความเสียหายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
