ก่อนมาถึงตระกูลโจว มีเพียงมารดากับนางที่เคยดื่มน้ำพุวิญญาณในมิติ ทั้งสองเองก็ไม่ได้เจ็บป่วยอันใด หลังดื่มจึงเพียงรู้สึกสบายไปทั่วร่าง มิได้รู้เลยว่าน้ำพุวิญญาณมีสรรพคุณถึงเพียงนี้
หลิวเจียเหอนึกย้อนถึงบรรดาผู้มีอำนาจที่เจียงเจียเยว่เคยช่วยรักษาในชาติก่อน ดูคล้ายว่าไม่ใช่ผู้ถูกพิษประหลาดที่ไร้ผู้ใดแก้ได้ ก็เป็นผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังซึ่งรักษาไม่หายมานาน แล้วนางกลับรักษาจนหายได้
หรือทั้งหมดล้วนเป็นเพราะน้ำพุวิญญาณนี้?
แม้ในมิติจะมีตำราแพทย์ แต่นางร่ำเรียนมา 2 เดือนก็ยังรู้สึกว่ายากเย็นนัก ส่วนเจียงเจียเยว่ยังฉลาดสู้นางไม่ได้ด้วยซ้ำ นางเคยสงสัยอยู่ว่าอีกฝ่ายกลายเป็นหมอเทวดาได้อย่างไร
ที่แท้ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะน้ำพุวิญญาณนี้
“เฉิงอวี้ ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?”
เมื่อความตื่นเต้นสงบลง หลิวอาเฉียวก็หันไปมองโจวเฉิงอวี้ด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เลย ยามนี้ข้ารู้สึกเพียงสบายไปทั่วร่าง สมองปลอดโปร่ง ราวกับ...ความรู้สึกหลังถูกพิษแล้วได้รับการถอนพิษ”
โจวเฉิงอวี้ส่ายหน้าอย่างฉงน
“ท่านพ่อ ปานบนใบหน้าของท่านเป็นปานแต่กำเนิดจริงหรือ? มีมาตั้งแต่เกิด หรือเพิ่งเกิดขึ้นภายหลัง?”
เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐาน หลิวเจียเหอจึงหันไปถามโจวเฉิงอวี้
นางรู้เพียงว่าโจวเฉิงอวี้ถูกนายพรานคนหนึ่งเก็บมาเลี้ยง นายพรานผู้เลี้ยงดูเขาสิ้นใจไปเมื่อ 10 ปีก่อน จากนั้นโจวเฉิงอวี้ก็ใช้ชีวิตล่าสัตว์อยู่บนเขามาโดยตลอด
อีกทั้งจากความทรงจำในชาติก่อน โจวเฉิงอวี้มีฐานะสูงส่งอย่างยิ่ง บรรดาทหารองครักษ์ต่างเรียกเขาด้วยความเคารพว่า ‘องค์ชาย’
ในเมืองหลวง ผู้ที่เรียกขานว่าองค์ชายได้มีเพียงรัชทายาท ท่านอ๋อง พระราชนัดดา ซื่อจื่อ และเชื้อพระวงศ์ทำนองนี้ แล้วโจวเฉิงอวี้เป็นผู้ใดในบรรดาคนเหล่านั้นกัน?
