“ท่านพ่อ ใครมาหรือเจ้าคะ?”
ในยามที่บรรยากาศชะงักงัน หลิวเจียเหอก็วิ่งออกมาจากในเรือน
“เจียเหอ? เมื่อครู่เจ้าเรียกเขาว่าอะไร? เจ้า...เด็กคนนี้ เหตุใดจึงเรียกส่งเดชเช่นนั้น?”
เจียงสี่จือเห็นหลิวเจียเหอออกมาจากด้านใน ทั้งยังได้ยินนางเรียกคุณชายผู้สง่างามราวเทพเซียนตรงหน้าว่าท่านพ่อ โทสะในใจก็พลันปะทุขึ้นมา
หลิวเจียเหอมองเจียงสี่จืออย่างฉงน “ข้าไม่ได้เรียกส่งเดชเสียหน่อย ท่านอาเฉิงอวี้แต่งกับท่านแม่แล้ว ยามนี้เขาก็คือท่านพ่อของข้า!”
“แต่งกับแม่เจ้าที่ไหนกัน? แม่เจ้าแต่งกับเจ้าคนขี้เหร่ไม่ใช่หรือ? เจ้าอย่า...”
จู่ ๆ เจียงสี่จือก็ชะงัก คล้ายเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ นางเบิกตากว้าง มองโจวเฉิงอวี้ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ? เขา...เขาคือโจวเฉิงอวี้หรือ?”
เป็นไปได้อย่างไร!
โจวเฉิงอวี้เป็นเจ้าขี้เหร่ที่ทุกคนในหมู่บ้านถงซีรู้จักกันดีมิใช่หรือ!
“ใช่แล้ว เขาก็คือท่านอาเฉิงอวี้ เหตุใดพอปานพิษบนหน้าท่านพ่อหายไป ท่านก็จำเขาไม่ได้แล้วเล่า?”
หลิวเจียเหอพยักหน้า มุมปากเผยรอยยิ้มบางเบา
นางมองออกทันทีว่าเจียงสี่จือถูกความงามของโจวเฉิงอวี้ทำให้ลุ่มหลงเข้าแล้ว
เมื่อก่อนเอาแต่เรียกเขาว่าเจ้าขี้เหร่ พอได้เห็นอีกฝ่ายตบหน้าตนเองเช่นนี้ ช่างสะใจยิ่งนัก
“พวกเจ้ามาทำอะไรกันแน่?”
โจวเฉิงอวี้มองออกเช่นกันว่าในดวงตาของเจียงสี่จือมีแววปรารถนาในตัวเขา สีหน้าจึงไม่สู้ดีนัก ยังคงถามนางด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉียบขาด
“เอ่อ พวกเรา...พวกเรามาอำลา”
ท่าทีของเจียงสี่จือเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แม้จะรู้ว่าเขาคือเจ้าขี้เหร่ที่นางเคยดูแคลน แต่ก็ยังแสดงท่าทีอ่อนโยนขวยเขิน
