อย่าว่าไปเลย ช่างคล้ายกันยิ่งนัก
เมื่อเห็นลักยิ้มบนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่ง หลิวเจียเหอก็พลันรู้สึกราวกับได้เห็นตนเองยามแก่เฒ่า
ทั้งสองมีอายุห่างกันมาก ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งอายุราวเจ็ดสิบกว่า หากไม่เพ่งพินิจ ย่อมไม่มีผู้ใดสังเกตว่าทั้งคู่คล้ายคลึงกันถึงเพียงนี้
แต่พอมีคนทักขึ้นมา กลับยิ่งมองก็ยิ่งเห็นว่าคล้ายกัน
ชั่วขณะนั้น หลิวเจียเหอก็นึกถึงชาติกำเนิดของมารดาขึ้นมา มารดาของนางมิใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของสกุลหยาง และสกุลหยางก็หวาดกลัวเหลือเกินว่านางจะเดินทางมาเมืองหลวง
นางเคยคาดเดาว่ามารดาอาจมาจากตระกูลใหญ่สักแห่งในเมืองหลวง ทว่าไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นจวนกั๋วกงหนิงกั๋ว
แต่ใบหน้าของนางที่คล้ายกับฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่ง ทำให้นางอดสงสัยไม่ได้
เพียงแต่สกุลเมิ่งมีลูกหลานมากมาย ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งมีบุตรชายหญิงหลายคน แต่ละคนก็มีลูกหลานอีกหลายคน หากพิจารณาจากอายุแล้ว ถ้ามารดาเป็นลูกหลานสกุลเมิ่ง ก็ควรเป็นบุตรของบุตรชายหรือบุตรสาวของฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่ง
“ท่านแม่ นี่ช่างเป็นวาสนาอย่างหนึ่ง! เด็กน้อยหน้าตาคล้ายท่าน ทั้งยังช่วยสิงชวนเอาไว้ นับเป็นเด็กดีจริง ๆ”
ฮูหยินวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งที่สุดเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม หลิวเจียเหอหันไปมอง เห็นเค้าหน้าของนางคล้ายเมิ่งสิงชวนอยู่บ้าง จึงเดาว่านางน่าจะเป็นมารดาของเมิ่งสิงชวน
“เด็กดี คราก่อนต้องขอบใจเจ้ามากที่ช่วยสิงชวนลูกชายข้าไว้ มาเถิด นี่เป็นของขวัญจากท่านย่า”
เมื่อเห็นหลิวเจียเหอมองมา ฮูหยินใหญ่เมิ่ง หรือก็คือฮูหยินกั๋วกงในยามนี้ ก็หยิบจี้หยกเนื้อใสแวววาวชิ้นหนึ่งออกมา แล้วกวักมือเรียกหลิวเจียเหอ
