เมื่อสายตาของทุกคนถูกคำพูดของจินเซวียนดึงไปจับจ้องครอบครัวของหลิวเจียเหอ นางก็ลุกขึ้นยืน
นางยิ้มสดใส เดินไปหยุดตรงหน้าเหล่าฮูหยินเมิ่ง แล้วกล่าวว่า “เจียเหอคารวะเหล่าฮูหยินเมิ่ง ขออวยพรให้เหล่าฮูหยินมีความสุขในวันคล้ายวันเกิด ขอให้ท่านมีอายุยืนยาวดุจขุนเขาหนานซาน”
“ดี ดี เด็กน้อยช่างมีน้ำใจ”
เหล่าฮูหยินเมิ่งเห็นเด็กหญิงตัวเล็กที่เดินเข้ามา ก็รู้สึกว่านางงดงามประณีต มองแล้วชวนให้เอ็นดูยิ่งนัก
นางจึงยิ้มเอ่ยชมอยู่สองสามคำ
“เจียเหอ พวกเจ้าเตรียมของขวัญอะไรมาหรือ หรือว่าท่านแม่ของเจ้าสั่งให้เจ้ามาเป็นตุ๊กตานำโชค กล่าวถ้อยคำมงคลไม่กี่คำเท่านั้น?”
หลิวเจียเหอยังไม่ทันหยิบของขวัญออกมา จินเซวียนก็ยิ้มเยาะขึ้นมาอีกครั้ง
“ฮูหยินเจียง พวกเขาเป็นแขกคนสำคัญของจวนเมิ่ง มาอวยพรวันเกิดให้ท่านย่าของข้า สิ่งสำคัญคือใจ ต่อให้ไม่มีของขวัญ พวกเราก็ไม่ถือสา”
เมิ่งหว่านอิ๋งรับคำของจินเซวียนด้วยรอยยิ้ม
แม้ปากนางจะบอกว่าไม่ถือสา แต่ก็เท่ากับยืนยันกลาย ๆ ว่าหลิวเจียเหอและครอบครัวไม่ได้เตรียมของขวัญให้เหล่าฮูหยินเมิ่ง
สายตาของคนอื่นที่มองหลิวเจียเหอและพวกพ้องจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจต่างดูแคลนอยู่ไม่น้อย
แม้คุณหนูใหญ่เมิ่งจะบอกว่าไม่ถือสาที่พวกเขาไม่ได้เตรียมของขวัญ แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าเมื่อไปเป็นแขกบ้านผู้อื่น โดยเฉพาะงานเลี้ยงวันเกิดของเจ้าบ้าน จะมีเหตุผลอันใดให้ไปมือเปล่า?
คนตระกูลหลิวตรงหน้าทำเช่นนี้ ช่างน่าดูแคลนยิ่งนัก
“ใครบอกว่าข้าไม่ได้เตรียมของขวัญ? ข้าเพียงคิดว่าจะกล่าวคำอวยพรสักสองสามคำก่อนมอบของ แล้วเมื่อครู่ตอนอาจินมอบของขวัญ ไม่ได้กล่าวคำอวยพรหรือ?
