“พี่ใหญ่ พี่อาเฉียวกับพวกนางตามมาด้วยเจ้าค่ะ”
เจียงสี่จือหันกลับไปมองพี่ชายของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยขึ้น
เจียงจู้ขมวดคิ้ว “พวกนางตามมาด้วยเหตุใด?”
“จะเป็นอะไรไปได้เล่า ก็เห็นพวกเราจะเข้าเมือง วันก่อนป้าของเจียเหอมาที่บ้านเพื่อขอร้องท่าน ท่านไม่ตอบตกลง ครั้นรู้ว่าพวกเราจะไป นางคงร้อนใจแล้วกระมัง”
เจียงสี่เฟิ่งพลอยคาดเดาอย่างมั่นอกมั่นใจ
ในสายตาพวกนาง ยามนี้พี่ใหญ่ของตนเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ขั้นสี่ หากมิใช่คนโง่ ย่อมไม่มีผู้ใดทอดทิ้งพี่ใหญ่ไป
หลิวอาเฉียว อดีตพี่สะใภ้ของพวกนาง คงเสียใจภายหลัง จึงได้ตามมาถึงที่นี่
แต่น่าเสียดายที่สายไปแล้ว พี่ใหญ่กับนางหย่าขาดกัน อีกทั้งบัดนี้คนทั้งตระกูลต่างชื่นชอบจินเซวียน
หลายวันมานี้จินเซวียนมอบของขวัญให้คนในตระกูลเจียงไม่น้อย สำหรับพวกนางสองพี่น้องก็เป็นเครื่องประดับอัญมณีที่ชาตินี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว พวกนางก็ลืมความดีที่หลิวอาเฉียวเคยมีให้จนหมดสิ้น
ถึงอย่างไรหลิวอาเฉียวก็ไม่ยอมมอบของมีค่าเช่นนี้ให้พวกนางสองพี่น้อง ยิ่งไปกว่านั้น นางเองก็ไม่มีเงิน
“ข้าหย่าขาดกับนางแล้ว ภรรยาของข้ามีเพียงเซวียนเหนียงผู้เดียว ต่อให้ตามมาก็ไร้ประโยชน์”
เจียงจู้เชื่อคำพูดของน้องสาวโดยไม่เคลือบแคลง สีหน้าเย็นชา พลางกล่าวเสียงแข็ง
“ใครบอกว่าพวกเราจะไปเมืองหลวงเพื่อหาพวกท่าน? หรือว่าในเมืองอนุญาตให้พวกท่านไป แต่ผู้อื่นไปไม่ได้?”
หลิวเจียเหอรู้สึกว่าคนตระกูลเจียงไร้ยางอายยิ่งนัก จึงอดกลอกตาใส่พวกเขาไม่ได้
“เจียเหอ อารู้ว่าเจ้ากับท่านแม่คงเสียใจภายหลัง ท่านแม่ของเจ้าอยากใช้เรื่องแต่งงานใหม่มากระตุ้นท่านพ่อ ใครจะรู้ว่าท่านพ่อไม่หลงกล ครั้นเห็นพวกเราจะจากไป พวกเจ้าก็ร้อนใจขึ้นมาอีก... เฮ้อ อามิได้ว่าเจ้า แต่เจ้าควรเกลี้ยกล่อมท่านแม่ อย่าดื้อรั้นเช่นนี้ ท่านพ่อชอบพี่เซวียนจริง ๆ หากท่านแม่อยากกลับมา ก็จงขอโทษพี่ใหญ่ดี ๆ บางทีพี่ใหญ่อาจเห็นแก่พวกเจ้า ให้โอกาสท่านแม่ของเจ้าก็ได้”
