หลิวเจียเหอมองไปด้วยความใคร่รู้ ชาวบ้านรอบข้างไม่น้อยต่างพากันเข้ามามุงดู ไม่นานเสียงวิพากษ์วิจารณ์จอแจพลันดังขึ้นจากฝูงชน
“จวนองค์หญิงใหญ่ถึงกับประกาศรับหมอเทวดาจากชาวบ้าน หรือว่าหมอหลวงในวังมีไม่พอใช้กัน?”
“ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินคนพูดว่า ธิดาขององค์หญิงใหญ่ล้มป่วย หรือองค์หญิงใหญ่กำลังตามหาหมอเทวดามารักษาธิดาของตน?”
“หา? ธิดาองค์หญิงป่วยเป็นโรคประหลาดอันใดกัน องค์หญิงถึงกับต้องตามหาหมอเทวดาจากชาวบ้าน คงเป็นเพราะหมอหลวงในวังจนปัญญาแล้วกระมัง”
“ไม่รู้สิ พวกเราล้วนไม่เคยเห็นธิดาองค์หญิง แต่จวนองค์หญิงช่างใจกว้างนัก เงินรางวัลถึงกับสูงถึงหนึ่งแสนตำลึง!”
“หนึ่งแสนตำลึง ต่อให้ชาวบ้านอย่างพวกเราตรากตรำจนตายไปทั้งชีวิต เอ่อ ต่อให้อยู่ถึงสิบชาติก็หาเงินมากมายเพียงนี้ไม่ได้หรอก!”
“เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดรับเงินหนึ่งแสนตำลึงนี้ได้กระมัง หมอหลวงในวังล้วนเป็นยอดฝีมือด้านการแพทย์ระดับแนวหน้าของตงหมิง หมอที่เก่งที่สุดก็อยู่ในวังทั้งนั้น
“โรคที่หมอหลวงยังรักษาไม่หาย หมอชาวบ้านทั่วไปจะรักษาได้หรือ? คิดว่าหัวโถว์ยังมีชีวิตอยู่หรืออย่างไร ข้าว่าเงินหนึ่งแสนตำลึงนี้คงไม่มีผู้ใดหาได้หรอก”
หนึ่งแสนตำลึง!
จวนองค์หญิง!
หลิวเจียเหอจับใจความสำคัญทั้งสองคำได้จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา ขณะเดียวกันสมองของนางก็พลันอื้ออึงราวกับระเบิด
นางนึกออกแล้ว ชาติก่อน หลังเจียงเจียเยว่เข้าเมืองหลวงได้ไม่นาน เมื่อชื่อเสียงหมอเทวดาแพร่สะพัดออกไป นางก็ได้รับเชิญจากองค์หญิงใหญ่ให้เข้าจวน และรักษาโรคของธิดาองค์หญิงจนหาย
