“เจียเหอ พวกเจ้าก่อเรื่องอะไรขึ้นอีกแล้ว?”
เจียงจู้เดินหน้าบึ้งเข้ามา เอ่ยถามเสียงขุ่นตั้งแต่ยังไม่ทันถึงตัว
หลิวเจียเหอได้ยินเสียงจึงหันไปมอง ก่อนจะพบว่าพวกนางบังเอิญเจอเจียงจู้กับจินเซวียนอีกครั้ง ยามนี้บนใบหน้าจินเซวียนมีรอยยิ้มเยาะเย้ยแต้มอยู่
จินเซวียนคิดว่าอย่างไรพวกนางก็อยู่ในเมืองหลวง ต่อไปย่อมต้องพบกันอีก มิสู้ให้เจียงจู้เห็นกับตาว่าหลิวอาเฉียวกับบุตรสาวก่อเรื่องอย่างไร
เมื่อผิดหวังในตัวพวกนางจนสิ้น เจียงจู้ย่อมรังเกียจพวกนางไปด้วย
ดังนั้นเมื่อครู่พอเห็นหลิวเจียเหอและคนอื่นเดินอยู่กับทหาร นางจึงคิดไปเองว่าพวกนางก่อเรื่องเข้าแล้ว
“พวกข้าไม่เป็นไร”
หลิวเจียเหอไม่มีเวลามาทะเลาะกับเจียงจู้และพวกเขา จึงตอบเสียงเรียบ
แต่เจียงจู้กลับไม่คิดปล่อยเรื่องนี้ไป เขาหันไปถามเจ้าหน้าที่ทางการว่า “พวกนางทำความผิดอันใด? พวกท่านกำลังจะพานางไปที่ใด?”
วันนี้เจียงจู้สวมชุดสามัญ เจ้าหน้าที่จึงจำเขาไม่ได้ ทว่าเห็นว่าเขาดูมีสง่าราศีอยู่บ้าง จึงอธิบายว่า “พวกเรากำลังไปจวนองค์หญิงใหญ่ เพื่อรักษาอาการป่วยให้ธิดาขององค์หญิงใหญ่ขอรับ”
“รักษาอาการป่วยหรือ?”
เจียงจู้ร้องเสียงหลง “ในจวนองค์หญิงมีหมอหลวงอยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องเชิญพวกนางไป?”
จินเซวียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นก็ใจหาย นึกไม่ถึงว่าหลิวอาเฉียวกับพวกนางมิได้ทำผิดกฎหมาย แต่กำลังจะไปจวนองค์หญิง
เมื่อนึกถึงสองครั้งก่อนที่หลิวเจียเหอรักษาพิษซึ่งแม้แต่หมอยังแก้ไม่ได้ จินเซวียนก็ไม่กล้าดูแคลนนาง กลับคิดว่านางซ่อนความสามารถไว้อย่างลึกล้ำ
ยามนี้พวกนางกำลังจะไปจวนองค์หญิงเพื่อรักษาโรค บางทีอาจได้ผูกสัมพันธ์กับผู้สูงศักดิ์อย่างองค์หญิงเข้าจริง ๆ
