บ่าวรับใช้มีไม่มาก เป็นชายสามคนหญิงสามคน ดูแล้วล้วนมีอายุราวสี่สิบปี
เมิ่งสิงชวนกล่าวกับพวกเขาว่า “ต่อไปพวกเจ้าจงฟังคำฮูหยินโจวและคนอื่น ๆ พวกเขาเป็นเจ้าของเรือนหลังนี้แล้ว”
“ขอรับ” บ่าวรับใช้ทั้งหกขานรับพร้อมกัน
“คุณชายเมิ่ง เรื่องนี้มิได้หรอก ท่านพาพวกเขากลับไปเถิด พวกเรามิใช่ครอบครัวขุนนาง จะจ้างคนมากมายมาทำงานก็เลี้ยงไม่ไหว”
หลิวอาเฉียวรีบก้าวเข้าไปปฏิเสธ
นางรู้ว่าการจ้างคนมาทำงานในบ้านต้องจ่ายเงินรายเดือน ขณะนี้โจวเฉิงอวี้ยังมิได้เข้าสอบฤดูใบไม้ผลิ ยังสอบไม่ผ่านได้ตำแหน่งขุนนาง จึงไม่มีเบี้ยหวัด
เงินที่พวกเขามีอยู่ในมือมีแต่จ่ายออก ไม่มีรายรับ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมไม่มีทางเลี้ยงคนมากมายเพียงนี้ได้
“แต่เรือนหลังนี้กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ พี่โจวยังต้องอ่านตำรา เจียเหอก็ยังเล็ก พวกเจ้าจะดูแลไม่ไหวเอา”
เมิ่งสิงชวนไม่เคยสัมผัสชีวิตของสามัญชน จึงไม่รู้ว่าข้าวของเครื่องใช้มีราคาแพง เขาเพียงเคยชินกับความคิดที่ว่าเรือนใหญ่เช่นนี้ย่อมต้องมีคนคอยดูแล
“ไม่เป็นไร ข้าคุ้นเคยกับงานบ้านอยู่แล้ว เรือนนี้ข้าดูแลคนเดียวไหว”
หลิวอาเฉียวกล่าวยิ้ม ๆ
“ท่านลุงเมิ่ง ท่านแม่พูดถูกแล้ว บ้านพวกเรามิใช่พ่อค้าร่ำรวยหรือขุนนางใหญ่ ท่านพ่อก็ยังสอบไม่ผ่านได้ตำแหน่ง ยามนี้จ้างคนมากมายเช่นนี้ย่อมเลี้ยงไม่ไหว
หากท่านอยากช่วยพวกเรา มิสู้ให้พวกเขามาที่นี่สักครั้งทุกสองสามวัน ช่วยทำความสะอาดเรือนก็พอ”
หลิวเจียเหอก้าวออกมาพูดขึ้น
นางรู้ว่าการจ้างบ่าวมาทำงาน โดยทั่วไปต้องจ่ายค่าแรงให้แต่ละคนปีละหลายร้อยอีแปะ แม้ในมือพวกเขาจะมีเงินหลายหมื่นตำลึง แต่ภายหน้านางตั้งใจจะเช่าร้านสักแห่งในเมืองหลวงเพื่อทำมาค้าขายกับท่านแม่
