“ก่อนหน้านี้ข้ามิใช่มิตรสหายของคุณชายโจวและคนอื่น ๆ จริง แต่พวกเขาช่วยชีวิตข้าไว้ บัดนี้จึงนับเป็นมิตรสหายกันแล้ว”
เมื่อกลับมาถึงถิ่นของตนอย่างปลอดภัย เมิ่งสิงชวนก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
เจียงจู้ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับคำพูดของเมิ่งสิงชวน ความคิดแล่นรวดเร็ว ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยอย่างติดขัดว่า “ท่าน...ท่านคือผู้ต้องหาที่พวกขุนนางจากสถานีพักม้าตามหาจริงหรือ?”
“คนที่พวกเขาตามหาคือข้าไม่ผิด แต่ข้ามิใช่ผู้ต้องหา คนเหล่านั้นเป็นโจรชั่วที่คิดปองร้ายข้า ครานี้ข้าปลอมตัวมาตรวจสอบคดี”
เมิ่งสิงชวนยอมรับอย่างเปิดเผย
ภายในใจเจียงจู้ปั่นป่วนราวคลื่นซัด ในที่สุดก็เข้าใจความจริงของเรื่องทั้งหมด
หลิวเจียเหอและคนอื่น ๆ ซ่อนตัวผู้ที่ถูกตามหาจากสถานีพักม้าไว้จริง ทว่าพวกเขามิได้ซ่อนผู้ต้องหา หากแต่ช่วยเหลือขุนนางแห่งราชสำนัก
“เมื่อมิใช่ผู้ต้องหาก็ดีที่สุดแล้ว ท่านใต้เท้า ครานี้แม่ทัพผู้นี้ล่วงเกินท่านแล้ว”
เมื่อเข้าใจเรื่องราวแล้ว เจียงจู้ก็ไม่อิดออด หากแต่กล่าวขออภัยเมิ่งสิงชวนอย่างนอบน้อม
กระทั่งในใจยังผ่อนคลายลงเล็กน้อย ในเมื่อเจียเหอและคนอื่น ๆ มิได้ซ่อนผู้ต้องหา ก็ไม่ต้องรับโทษ
ก่อนหน้านี้เขายังกังวลว่าเมื่อไปถึงศาลต้าหลี่แล้วจะทำอย่างไรให้เจียเหอและคนอื่น ๆ พ้นจากเรื่องนี้ บัดนี้กลับไม่ต้องกังวลอีก
เจียงจู้วางใจแล้ว ทว่าจินเซวียนกับเจียงเจียเยว่กลับขุ่นเคืองจนแทบกระอักเลือด มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นเสียจนเล็บแทบจิกเนื้อ
มิใช่ผู้ต้องหาหรือ?
เหตุใดพลิกผันกลายเป็นขุนนางผู้ดูแลศาลต้าหลี่ได้เล่า?
