“นังเด็กสารเลว ข้าเป็นยายของเจ้า ผู้ใดให้ความกล้าเจ้ามาพูดจาเช่นนี้กับข้า!”
เมื่อหยางซื่อเห็นหลิวเจียเหอเดินออกมา ก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที พลางชี้นิ้วด่าทอนาง
นางไม่เคยใส่ใจลูกทั้งสองคนที่หลิวอาเฉียวให้กำเนิดอยู่แล้ว ยามนี้จึงไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อยว่าเหตุใดเด็กที่เคยว่าง่ายจึงกล้าต่อปากต่อคำกับตนขึ้นมาได้
“ท่านแม่! เจียเหอเป็นบุตรสาวของข้า ท่านอย่าพูดจาหยาบคายเช่นนี้!”
เมื่อได้ยินหยางซื่อด่าบุตรสาว หลิวอาเฉียวผู้กตัญญูมาโดยตลอดก็อดหน้าแดงก่ำไม่ได้
มารดาไม่ชอบนางมาตั้งแต่เล็กจนโต นางยังพอทำใจได้ แต่จะให้ทนฟังมารดาด่าทอบุตรของนางเช่นนี้ นางยอมไม่ได้
“ท่านยาย ท่านเป็นบุตรสาวของท่านยายจริงหรือ? พ่อเฮงซวยจะลดภรรยาเอกเป็นอนุ ยายในฐานะคนในตระกูลฝ่ายมารดาของท่านแม่ ไม่ช่วยบุตรสาวตัวเอง กลับไปช่วยคนนอก ช่างน่าประหลาดเสียจริง”
หลิวเจียเหอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงฉงน
“ท่านแม่ของเจ้าย่อมเป็นบุตรสาวของข้าอยู่แล้ว ที่ข้าด่านางก็เพราะนางโง่เขลา! บัดนี้เจียงจู้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เจ้ายังไม่รู้ความ ไปขอหย่ากับเขาเสียได้!
อาเฉียว เจ้ารีบไปตระกูลเจียงกับข้า ไปขอให้เจียงจู้ยกโทษให้เจ้า แม่ทัพเชียวนะ มีคนมากมายอยากประจบประแจงแต่ยังทำไม่ได้
บังเอิญว่าพี่ชายทั้งสองของเจ้ายังว่างงานอยู่ที่บ้าน หลังจากเจ้าได้คำยกโทษจากเจียงจู้แล้ว ก็ให้เขาหางานให้พี่ชายกับน้องชายของเจ้า แล้วหาสามีที่เป็นขุนนางให้น้องสาวของเจ้าด้วย!”
หยางซื่อออกคำสั่งแก่หลิวอาเฉียวอย่างเห็นเป็นเรื่องสมควร จนหลิวอาเฉียวตัวสั่นด้วยความโกรธ นางมองมารดาด้วยความปวดใจ “ท่านแม่ ท่านจะให้ข้าทนรับความคับข้องใจ เพื่อพี่น้องหรือเจ้าคะ?”
