หน้ารถม้าทั้งสองด้านมีชายฉกรรจ์สี่คนหามอยู่ อีกทั้งยังมีสาวใช้และหญิงรับใช้วัยกลางคนห้าหกคนแต่งกายเรียบร้อยงดงามเดินตามขนาบข้าง
รถม้าทำจากไม้จันทน์แกะสลักโปร่ง รอบด้านคลุมด้วยแพรบางนุ่มลื่น ชายคาห้อยไข่มุกหลากสีส่องประกายพร่างพราว ด้านหน้าประดับป้ายไม้แผ่นหนึ่งอย่างโดดเด่น บนนั้นเขียนอักษรสี่คำว่า ‘องค์หญิงจ้าวหลาน’ ด้วยลายเส้นพลิ้วไหวดุจมังกรโบยบินหงส์ร่ายรำ
หลิวเจียเหอสายตาดียิ่ง เพียงมองปราดเดียวก็เห็นอักษรบนป้ายไม้แผ่นนั้น
นางตื่นเต้นอยู่ในใจ สวรรค์ช่างช่วยนางโดยแท้
“หญิงชาวบ้านคำนับองค์หญิงเพคะ!”
หลิวเจียเหอวิ่งลงมาจากหน้าจวนองค์หญิงอย่างรวดเร็ว แล้วทรุดเข่าลงตรงหน้ารถม้าดังตุบ
หลิวอาเฉียวได้ยินบุตรสาวร้องเรียกองค์หญิง จึงรีบตามไปด้วยความกังวลและคุกเข่าลงข้างกัน
เมื่อรถม้าถูกขวาง องค์หญิงจ้าวหลานที่นั่งอยู่ข้างในก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านนอกรถด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผู้ใดขวางรถม้าของเปิ่นกง”
“องค์หญิง เป็นหญิงชาวบ้านผู้หนึ่งพาเด็กหญิงมาด้วยเจ้าค่ะ บ่าวจะไล่พวกนางไปเดี๋ยวนี้”
หญิงรับใช้วัยกลางคนที่อยู่ใกล้องค์หญิงที่สุดมีสีหน้าเคร่งขรึม ครั้นรับคำแล้วก็ก้าวอย่างสำรวมไปยังเบื้องหน้าหลิวเจียเหอและมารดา
นางกล่าวเตือนเสียงเย็น “องค์หญิงเสด็จผ่าน ผู้ไม่เกี่ยวข้องยังไม่หลีกทางอีกหรือ”
“ท่านป้าเจ้าคะ หญิงชาวบ้านผู้นี้ต้องการเข้าเฝ้าองค์หญิง มีเรื่องสำคัญจะกราบทูล” หลิวเจียเหอรีบชี้แจงจุดประสงค์
“องค์หญิงไม่รู้จักเจ้า หญิงชาวบ้านอย่างเจ้ามีเรื่องใดจะกราบทูลองค์หญิงอีก? ยังไม่รีบไปอีก หากไม่ไปก็เท่ากับล่วงเกินองค์หญิง” หญิงรับใช้วัยกลางคนยังคงมีสีหน้าเย็นชา
