“ท่านหญิง เขาไม่เป็นไรเพคะ”
หลิวเจียเหอมองปราดเดียวก็รู้ว่าท่านหญิงเข้าใจนางผิด จึงอธิบายอย่างสงบนิ่งว่า “ข้าปรับสมดุลร่างกายของเขาใหม่แล้ว อย่างเร็วพรุ่งนี้ อย่างช้าสามวัน เขาก็จะฟื้นขึ้นมาเพคะ”
“เขากระอักเลือดออกมาแล้ว จะให้ข้าเชื่อเจ้าได้อย่างไร?”
สีหน้าของท่านหญิงจ้าวหลานเคร่งขรึม หลิวเจียเหอกับคนอื่น ๆ ถูกจับกดให้คุกเข่าอยู่ด้านข้าง จนกระทั่งหมอประจำจวนมาตรวจดู หลังจากนั้นจึงบอกว่าเหล่าแปดร่างกายอ่อนแอจริง ๆ พักฟื้นสักหลายวันก็จะฟื้นขึ้นมา
สีหน้าของท่านหญิงจ้าวหลานจึงคลายลงเล็กน้อย “ใบหน้าของเขาจะเริ่มเห็นผลเมื่อใด?”
“สามวันเพคะ พอเขาฟื้นขึ้นมา อย่างน้อยใบหน้าก็น่าจะดีขึ้นกว่าครึ่ง”
เมื่อเห็นว่าความสงสัยของท่านหญิงลดน้อยลง หลิวเจียเหอก็รีบรับรองทันที
ในตำราหมอบอกว่าจะหายเป็นปกติหลังสามวัน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน นางจึงกล่าวอย่างเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ก่อน
“สามวัน? ดีขึ้นกว่าครึ่ง?”
ท่านหญิงจ้าวหลานได้ยินแล้วก็ถึงกับตกตะลึง
เดิมทีนางคิดว่าหากสามวันให้หลังเห็นผลอยู่บ้าง ก็จะให้อีกฝ่ายอยู่รักษาเหล่าแปดต่อไป ใครจะรู้ว่านางกลับบอกว่าภายในสามวันจะดีขึ้นกว่าครึ่ง
“เพคะ นั่นคืออย่างช้าที่สุดแล้ว บางทีพรุ่งนี้พอฟื้นขึ้นมา ก็อาจเห็นผลอยู่บ้าง”
หลิวเจียเหอพยักหน้า
“ดี เช่นนั้นพวกเจ้าพักอยู่ในจวนสักหลายวันก่อน”
ท่านหญิงจ้าวหลานตัดสินใจรอดูอีกสักระยะ
หลิวเจียเหอกับคนอื่น ๆ ถูกกักตัวไว้ในจวนท่านหญิง เพื่อไม่ให้โจวเฉิงอวี้เป็นกังวล พวกนางจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง ฝากคนช่วยนำไปส่งให้เขา
