“แน่นอน”
เจียงจู้คิดว่าหลิวเจียเหอหวาดกลัวแล้ว จึงไพล่มือไว้ด้านหลัง กล่าวตอบด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
ใครจะคิดว่าหลิวเจียเหอจะเอ่ยเสียงดังทันทีว่า “ดี! เช่นนั้นก็ตัดขาดพ่อลูกกันเถิด”
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
เจียงจู้คิดว่าตนคงหูฝาดไป จึงมองหลิวเจียเหออย่างไม่อยากเชื่อ
“วันนี้ข้าจำเป็นต้องช่วยชีวิตคนผู้นี้ เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของท่านพลอยมัวหมอง เช่นนั้นก็ตัดขาดพ่อลูกกันเถิด”
หลิวเจียเหอมองเจียงจู้ด้วยแววตามุ่งมั่น ในดวงตายังแฝงความยินดีอยู่เล็กน้อย
การตัดขาดพ่อลูกนั้นเป็นสิ่งที่นางปรารถนามานานแล้ว
ก่อนหน้านี้นางยังครุ่นคิดอยู่ว่าจะหาโอกาสใดมาตัดขาดกันดี คิดไม่ถึงว่าโอกาสจะมาถึงมือเองเช่นนี้
เมื่อตัดขาดกับเจียงจู้แล้ว ต่อไปหากนางต้องเผชิญหน้ากับเขา เขาก็ไม่อาจหยิบยกความกตัญญูมาอ้างอีก ในที่สุดนางก็จะได้ตัดสัมพันธ์กับคนที่ทำให้นางคลื่นไส้ผู้นี้อย่างเด็ดขาด
เพราะเรื่องในชาติก่อน ชาตินี้นางไม่มีวันเหลือเยื่อใยพ่อลูกให้เขาได้อีก
“ดี ดี เจ้าจงคิดให้รอบคอบ หากตัดขาดกับข้าแล้ว วันหน้ามาขอร้องข้าอีกก็ไม่มีโอกาส ข้าจะไม่...”
เจียงจู้เดือดดาลขึ้นมา ยังคิดจะกล่าวคำข่มขู่ให้นางหวาดกลัว
ถึงอย่างไร ต่อให้เขาหย่ากับหลิวอาเฉียวแล้ว หลิวเจียเหอก็ยังอ้างได้ว่าตนเป็นบุตรีของแม่ทัพ หากมีฐานะนี้ก็ยังเป็นเกราะคุ้มครองนางได้
แต่หากตัดขาดกัน เรื่องก็ย่อมต่างออกไป
ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบ หลิวเจียเหอก็ขัดขึ้นอย่างหมดความอดทน “ข้าคิดรอบคอบแล้ว เขียนหนังสือตัดขาดพ่อลูกแล้วลงนามเสียเดี๋ยวนี้ อย่าถ่วงเวลาข้าช่วยคน”
“ดี ดี ดีมาก!”
