“ท่านแม่ ข้าไม่อยากคัดตำรา!”
เมื่อได้ยินว่าจะถูกลงโทษให้คัดตำราร้อยครั้ง จ้าวลี่จูก็เงยหน้าขึ้นร้องด้วยความหวาดหวั่น
เมิ่งหว่านอิ๋งสงสารบุตรสาว จึงหันไปขอร้องท่านย่าของตนโดยไม่รู้ตัว “ท่านย่า จูจูยังเยาว์วัย วันหน้าข้าจะอบรมสั่งสอนนางให้ดี วันนี้ให้นางขอโทษเจียเหอก็พอแล้ว ยกเว้นโทษคัดตำราได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่ได้ ลูกหลานตระกูลเมิ่งทำผิด จะไม่ลงโทษได้อย่างไร หากวันนี้ไม่ลงโทษให้หลาบจำ นางก็ไม่มีทางจดจำบทเรียน ผู้ใดก็ไม่ต้องมาขอร้องอีก มิฉะนั้นจะเพิ่มโทษคัดตำราอีกสิบครั้ง”
ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งปฏิเสธเมิ่งหว่านอิ๋งอย่างเคร่งขรึม
เมิ่งหว่านอิ๋งไม่ยินยอมอยู่ในใจ ทว่าก็เข้าใจว่าท่านย่าจริงจัง หากยังขอร้องต่อไป โทษก็มีแต่จะหนักขึ้น
นางจึงได้แต่ก้มตาลง แววไม่พอใจวูบผ่านดวงตาอย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงหลิวอาเฉียวที่ขวางหูขวางตา บุตรสาวที่นางให้กำเนิดก็ขวางหูขวางตาเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเปลี่ยนผลการตัดสินได้ จ้าวลี่จูก็ถูกท่าทีเคร่งขรึมของผู้อาวุโสข่มขวัญ จึงทำได้เพียงกล่าวขอโทษหลิวเจียเหอ
หลิวเจียเหอย่อมรู้ว่าคำขอโทษของอีกฝ่ายไม่จริงใจ ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งลงโทษไปแล้ว นางก็ไม่อยากก่อเรื่องวุ่นวายอีก
ดังนั้นหลิวเจียเหอจึงรับคำขอโทษโดยไม่กล่าวอะไรต่อ ในใจคิดเพียงว่าวันหน้าควรติดต่อกับสองแม่ลูกเมิ่งหว่านอิ๋งให้น้อยลง
เรื่องวุ่นวายจบลงเช่นนี้ ผู้คนรอบข้างก็ไม่กล้าพูดถึงอีก เจียงจู้ จินเซวียน และคนอื่น ๆ นอกจากตกตะลึงแล้ว ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนัก
แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงไม่กล้าวิจารณ์จ้าวลี่จูอีก อย่างไรนางก็เป็นเหลนสาวของจวนกั๋วกงหนิงกั๋ว ทว่าเจียงเจียเยว่กลับต่างออกไป
