“พี่โจว ท่านมีวิธีใดหรือ?”
เมิ่งสิงชวนมองโจวเฉิงอวี้ด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
ที่จริงแล้วเขาเต็มใจเชื่อหลิวเจียเหอ ทว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่เป็นผลดีต่อนางเลย ไม่เพียงมีเด็กกลุ่มหนึ่งชี้ตัวนาง แม้แต่น้องสาวแท้ ๆ ยังกล่าวหานางด้วย
ยามนี้ ต่อให้เขาเอ่ยว่าตนเชื่อหลิวเจียเหอก็ไร้ประโยชน์ ทุกเรื่องล้วนต้องมีหลักฐานเพียงพอ
“ใต้เท้าเมิ่ง ท่านเป็นผู้ดูแลศาลต้าหลี่ เรื่องนี้ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากท่าน ในเมื่อเด็กจำนวนมากต่างบอกว่าเห็นบุตรีของข้าผลักคน เช่นนั้นโปรดแยกพวกเขาออกจากกัน แล้วสอบถามทีละคนว่าบุตรีของข้าทำร้ายผู้อื่นอย่างไร”
โจวเฉิงอวี้กล่าวอย่างช้า ๆ
เมิ่งสิงชวนกับหลิวเจียเหอและคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้น ดวงตาพลันเป็นประกาย ใช่แล้ว หากคนโกหกยังไม่ได้ปรึกษากันให้ดี ย่อมต้องมีพิรุธ
“ได้” เมิ่งสิงชวนรับคำทันที
“พี่ใหญ่ เรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้ว ยังต้องไต่สวนอีกหรือ? ผู้มาเยือนล้วนเป็นแขก ทั้งยังเป็นสหายของจูจู หากเราสอบสวนพวกนางเช่นนี้คงไม่เหมาะกระมัง?
ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็บอกแล้วว่าจะเห็นแก่หน้าท่าน ไม่ถือสาเจียเหอกับพวกนาง เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถิด”
เมิ่งหว่านอิ๋งรู้สึกถึงลางไม่ดี จึงคิดจะกลบเกลื่อนเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว
ขอเพียงชื่อเสียงของบุตรีนางไม่เสื่อมเสียในวันนี้ก็พอ
“ท่านน้าเมิ่ง สิ่งที่ข้าต้องการมิใช่การให้อภัยจากท่าน แต่เป็นความบริสุทธิ์ ข้าบอกแล้วว่าวันนี้ข้าไม่ได้ผลักบุตรีของท่าน ข้าหวังว่าจะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง
