จากนั้นหลิวเจียเหอก็นึกถึงรูปลักษณ์ของเมิ่งหว่านอิ๋ง นางไม่เหมือนฮูหยินกั๋วกงแม้แต่น้อย ส่วนท่านกั๋วกง...
คราวงานเลี้ยงวันเกิดครั้งก่อน นางมิได้สังเกตรูปลักษณ์ของเขาให้ดี จึงไม่รู้ว่าเหมือนเมิ่งหว่านอิ๋งหรือไม่
หลิวเจียเหอนึกย้อนถึงรูปลักษณ์ของคนในครอบครัวสกุลหยาง แล้วพบว่าไม่มีผู้ใดหน้าตาเหมือนเมิ่งหว่านอิ๋งเช่นกัน
หรือว่านางจะจำผิด?
แต่เหตุใดนางจึงเหมือนฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งนัก หรือเป็นเพียงความบังเอิญ?
หลิวเจียเหอเองก็เริ่มสับสน จนกระทั่งกลับจากจวนกั๋วกง นางจึงเอ่ยถามหลิวอาเฉียวว่า “ท่านแม่คิดว่าเมิ่งหว่านอิ๋งเหมือนคนทางบ้านท่านยายหรือไม่?”
หลิวอาเฉียวนึกถึงรูปลักษณ์ของคนในตระกูลหลิว ครู่หนึ่งจึงส่ายหน้า “ดูท่าจะไม่เหมือนจริง ๆ”
“แล้วท่านตาล่ะ? ไม่เหมือนเมิ่งหว่านอิ๋งเช่นกันหรือ? หรือในตระกูลหลิวกับตระกูลหยางมีญาติคนใดหน้าตาคล้ายนางบ้าง?” หลิวเจียเหอซักถามต่อ
ทว่าหลิวอาเฉียวยังคงส่ายหน้า “ไม่มีจริง ๆ”
หรือว่านางจะจำผิดไปจริง ๆ?
หลิวเจียเหออดสงสัยไม่ได้ว่าเมิ่งหว่านอิ๋งมีหน้าตาคล้ายท่านกั๋วกงหรือไม่
ดูท่าภายหน้านางคงต้องหาโอกาสสังเกตท่านกั๋วกงให้ละเอียด หลิวเจียเหอลอบคิด
*
อีกด้านหนึ่ง
คนตระกูลเจียงเข้ามาเมืองหลวงได้เดือนกว่าแล้ว ฐานะของตระกูลเจียงซึ่งสืบทอดตำแหน่งขุนนางขั้นสี่ก็ค่อย ๆ เป็นที่เลื่องลือในเมืองหลวง
แม้เมืองหลวงจะมีขุนนางอยู่มากมาย ขุนนางขั้นสี่นับว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ทว่าปัญหาคือเจียงจู้เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ที่กุมอำนาจทางทหารส่วนหนึ่ง
ดังนั้นตระกูลขุนนางผู้มีคุณความดีในเมืองหลวงหลายแห่งจึงปรารถนาจะผูกสัมพันธ์กับตระกูลเจียง ทว่าเจียงเจียเยว่ยังเยาว์วัย จึงมีคนหมายตาน้องสาวทั้งสองของเจียงจู้แทน
