“ข้าลองชิมเพียงนิดเดียวคงไม่เป็นไรหรอก กลิ่นหอมถึงเพียงนี้”
เมิ่งฮูหยินใหญ่เหลือบมองเมิ่งหว่านอิ๋งอย่างกระอักกระอ่วน
“ไม่ได้เจ้าค่ะ ท่านแม่ หากกินของพวกนี้เข้าไป ประเดี๋ยวร่างกายก็จะไม่สบายอีก ข้าปล่อยให้ท่านกินไม่ได้”
เมิ่งหว่านอิ๋งยื่นมือไปแย่งเนื้อเสียบไม้ในมือเมิ่งฮูหยินใหญ่ พลางทำปากยื่น
“หว่านอิ๋ง...”
เมิ่งฮูหยินใหญ่มองเนื้อเสียบไม้ที่ถูกแย่งไปด้วยความเสียดาย แววปรารถนาในดวงตาปิดบังไว้ไม่มิด
“ท่านป้าเมิ่ง เนื้อย่างของพวกเราสะอาดมาก หากกินไม่มากก็ไม่ทำให้ป่วยหรอกเจ้าค่ะ”
หลิวเจียเหอเห็นแววปรารถนาในดวงตาของเมิ่งฮูหยินใหญ่ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเมิ่งหว่านอิ๋งถึงบอกว่ามารดากินแล้วจะป่วย ของที่นางนำมาก็มิได้วางยาพิษเสียหน่อย
นางจึงอดเอ่ยโน้มน้าวมิได้
“เจียเหอ มารดาข้ากินของมันและรสจัดไม่ได้ ร่างกายของนางไม่เหมือนคนอื่น หากกินเข้าไปก็จะกำเริบ”
เมิ่งหว่านอิ๋งหันกลับมาอธิบายให้หลิวเจียเหอฟังอย่างใจเย็นหาได้ยาก
กินของมันแล้วจะป่วยหรือ?
หลิวเจียเหอชะงักไปครู่หนึ่ง เหตุใดจึงเหมือนกับหลิวอาเฉียวมารดาของนางไม่มีผิด?
เมื่อก่อนมารดาก็เป็นเช่นนี้ กินได้เพียงอาหารรสอ่อน หากกินของมันเข้าไปแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะคลื่นเหียนพะอืดพะอมอยู่หลายวัน หากอาการหนักก็ต้องนอนพักหลายวัน
ภายหลังเมื่อนางกลับชาติมาเกิดใหม่ นางให้หลิวอาเฉียวดื่มน้ำพุวิญญาณอยู่บ่อยครั้ง อาการนี้ของมารดาจึงหายดี
“ฮูหยินใหญ่ ร่างกายของท่านมีโรคประจำตัวหรือเจ้าคะ? มารดาของข้าก็เคยเป็นเช่นนี้ ภายหลังรักษาหายแล้วเจ้าค่ะ”
