“พี่รอง? ไม่...ไม่ใช่ เขาไม่ได้ตีข้า”
เจียงสี่จือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบปฏิเสธทันควัน นางย่อมไม่อาจปล่อยให้พี่รองคิดว่าโจวเฉิงอวี้เป็นคนไม่ดี
เจียงเต๋อขมวดคิ้ว “แล้วสภาพมอมแมมเช่นนี้เกิดจากอะไร? เจ้ายังตะโกนเรียกโจวเฉิงอวี้ทำไม?”
“พี่รอง ข้าคิดจะให้เขาแต่งกับข้า แต่ผู้ใดจะรู้ว่าเขาโง่เขลาถึงเพียงนี้ กลับไม่ยินยอม หากรู้ว่าการแต่งกับข้าจะช่วยเขาได้มากเพียงใด...”
เจียงสี่จือมิได้คิดปิดบังเจียงเต๋อ นางเริ่มพร่ำระบายความทุกข์ใจไม่หยุด
ฟังไปได้ครึ่งเดียว เจียงเต๋อก็มีสีหน้าตื่นตะลึง ก่อนเอ่ยขัด “เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าอยากให้โจวเฉิงอวี้แต่งกับเจ้า? เขาแต่งกับพี่อาเฉียวไปแล้ว อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับครอบครัวเราจะทำให้เขาแต่งกับเจ้าได้อย่างไร?”
เจียงเต๋อไม่คิดเลยว่าน้องสาวจะหมายตาโจวเฉิงอวี้ จึงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
ไม่ต้องพูดถึงว่าโจวเฉิงอวี้แต่งกับหลิวอาเฉียวแล้ว เพียงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับตนก็ไม่สมควรให้มาแต่งกับน้องสาวแล้ว!
เขากับโจวเฉิงอวี้ไม่เคยลงรอยกัน ทั้งยังเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แต่ผลการสอบของโจวเฉิงอวี้ดีกว่าเขาทุกครั้ง เจียงเต๋อจึงริษยาโจวเฉิงอวี้มาโดยตลอด
แม้รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีรูปโฉมโดดเด่น เขาก็ไม่อยากให้น้องสาวแต่งกับคนผู้นั้น
“เหตุใดจะไม่ได้? เขาก็หย่ากับพี่อาเฉียวเสียสิ ผลการสอบของเขาไม่เลว ภายหน้าต้องสอบฤดูใบไม้ผลิผ่านได้แน่ หากแต่งกับข้า ครั้นเข้ารับราชการ พี่ใหญ่ก็ช่วยเกื้อหนุนเขาได้บ้าง
เมื่อสอบฤดูใบไม้ผลิผ่านแล้ว ฐานะของเขาก็นับว่าคู่ควรกับข้า การแต่งงานกับเขาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มิฉะนั้นข้าก็ต้องแต่งกับชายอัปลักษณ์สองคนนั้นที่จินเซวียนหามาให้ ข้าไม่เอาหรอก!”
