“ปล่อยคุณหนูของข้า! พวกเราเป็นคนของจวนกั๋วกง!”
“ถุย! คนของจวนกั๋วกงจะมาที่เช่นนี้ได้อย่างไร อย่ามาหลอกพวกข้าเลย หากพวกเจ้าว่าง่าย พี่น้องของข้าก็จะอ่อนโยนกับพวกเจ้าเสียหน่อย...”
“อ๊า! ช่วยด้วย!”
“นังแพศยา ร้องอะไร!”
โจวเฉิงอวี้เพิ่งเลิกเรียนจากสำนักศึกษาหลวง กำลังเดินทางกลับบ้าน ระหว่างผ่านตรอกแห่งหนึ่งก็พลันได้ยินเสียงหญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากในตรอก
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ยินคำว่า ‘จวนกั๋วกง’ อย่างชัดเจน จึงวิ่งเข้าไปดู และพบว่ามีอันธพาลหลายคนกำลังฉุดกระชากสตรีสองนางอยู่พอดี
เขาหยุดยืนมองให้ชัด แล้วพบว่าสตรีผู้หนึ่งในนั้นมิใช่ใครอื่น แต่เป็นเมิ่งหว่านอิ๋ง
ยามนี้เขาลืมเรื่องที่ควรหลบเลี่ยงเมิ่งหว่านอิ๋งไปเสียสิ้น นางเป็นน้องสาวของเมิ่งสิงชวน อีกทั้งเห็นแก่หน้าของเมิ่งสิงชวน เขาก็ควรช่วยนาง
ถึงเป็นสตรีแปลกหน้า หากเขาพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็ย่อมยื่นมือช่วยเหลือเช่นกัน
ดังนั้น โจวเฉิงอวี้จึงพุ่งเข้าไปสั่งสอนอันธพาลเหล่านั้นโดยไม่ลังเล
“อ๊า! เจ้าเป็นใคร กล้ามายุ่งเรื่องของข้าได้อย่างไร!”
โจวเฉิงอวี้พุ่งเข้าไปอย่างไม่ทันตั้งตัว แล้วชกอันธพาลที่กำลังฉุดกระชากเมิ่งหว่านอิ๋งไปหลายหมัด
อันธพาลกุมใบหน้าตนเอง พลางจ้องโจวเฉิงอวี้เขม็งอย่างดุร้าย
“กลางวันแสก ๆ ยังกล้ารังแกสตรีในย่านเมืองหลวงเช่นนี้ ข้าว่าพวกเจ้าต่างหากที่เบื่อมีชีวิตอยู่!”
โจวเฉิงอวี้ตวาดเสียงกร้าว ก่อนจะชกอันธพาลกลุ่มนั้นต่อ
