“ท่านว่า หลิวอาเฉียวเป็นอดีตภรรยาของแม่ทัพหมิงเวย กล่าวคือเดิมทีนางควรได้เป็นฮูหยินแม่ทัพ แต่เหตุใดจึงยอมสละตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพ ไปแต่งกับบัณฑิตที่ไร้ยศไร้ตำแหน่งเล่า?”
เมิ่งหว่านอิ๋งมองจินเซวียนอย่างใคร่รู้
นางพอจำรูปร่างหน้าตาของเจียงจู้ได้ แม้จะไม่หล่อเหลาจนชวนตะลึงเช่นโจวเฉิงอวี้ แต่ก็นับว่าหน้าตาสะอาดสะอ้าน รูปร่างสง่างาม ทั้งยังมีตำแหน่งขุนนางติดตัว
บุรุษเช่นนี้ แท้จริงก็เพียงพอให้สตรีนับไม่ถ้วนหลงใหลแล้ว
หากนางมิได้ถูกใจโจวเฉิงอวี้ก่อน อีกทั้งเจียงจู้ยังไม่มีภรรยา บางทีนางเองก็คงนับเจียงจู้เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการแต่งงานครั้งที่สอง
น่าเสียดายที่นางเคยพบเห็นบุรุษเช่นโจวเฉิงอวี้มาแล้ว ยามนี้ในดวงตาจึงไม่อาจมีผู้อื่นได้อีก
“นางจะไม่อยากเป็นฮูหยินแม่ทัพได้อย่างไร เป็นเพราะแม่ทัพไม่ต้องการนางต่างหาก นางถูกหย่าขาดจึงได้แต่งกับผู้อื่น อีกทั้งโจวเฉิงอวี้ในเวลานั้นยังหน้าตาอัปลักษณ์ยิ่ง...”
พอพูดถึงเรื่องนี้ จินเซวียนก็เริ่มเล่าอย่างออกรส
เพื่อรักษาหน้าตนเอง นางบิดเบือนความจริงบางเรื่อง อย่างเช่นหลิวอาเฉียวเป็นฝ่ายหย่าขาดโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย แต่นางกลับกล่าวว่าอีกฝ่ายถูกหย่า
อีกทั้งกิจการของหลิวอาเฉียวในยามนี้ล้วนมีโจวเฉิงอวี้คอยวางแผนอยู่เบื้องหลัง ตัวโจวเฉิงอวี้เองก็เป็นเพียงบุรุษเสียโฉม ไม่รู้ว่าไปพบวาสนาอันใดเข้าจึงได้มีความสามารถเช่นทุกวันนี้
แน่นอนว่านางมิได้พูดถึงเรื่องที่โจวเฉิงอวี้อาจมาจากอนาคต เพราะยังไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนี้ อีกทั้งดวงวิญญาณของนางเองก็มิใช่ของคนในโลกนี้เช่นกัน
