ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนกั๋วกงยังมีชีวิตอยู่ เรื่องสำคัญอย่างการตรวจสอบสายเลือดและรับญาติกลับคืน ย่อมต้องแจ้งให้นางทราบ
ไม่นานนัก คนก็ไปเชิญฮูหยินผู้เฒ่ามา ท่านกั๋วกงก้าวเข้าไปเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบด้วยตนเอง
แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะอายุมากแล้ว ทว่านางก็ผ่านโลกมาทั้งชีวิต ครั้นฟังคำของท่านกั๋วกงจบ สีหน้าก็ไม่ได้แปรเปลี่ยนมากนัก มีเพียงระลอกคลื่นลึกในดวงตาที่เผยให้เห็นความไม่สงบในใจ
จากนั้นสายตาของนางก็เลื่อนจากหลิวอาเฉียวไปยังหลิวเจียเหอ ก่อนรอยยิ้มที่เปี่ยมความเข้าใจจะปรากฏบนใบหน้า
“เด็กดี มิน่าเล่าครั้งแรกที่พบพวกเจ้า ข้าจึงรู้สึกว่ามีวาสนาต่อกัน เจ้าเคยมีหน้าตาคล้ายข้าถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็เป็นเหลนสาวแท้ ๆ ของข้านี่เอง”
ฮูหยินผู้เฒ่ากวักมือเรียกหลิวเจียเหอ
หลิวเจียเหอเองก็มีความประทับใจต่อฮูหยินผู้เฒ่าไม่น้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงความรักใคร่และเมตตาที่อีกฝ่ายมีต่อตน นางก็เดินเข้าไปหาอย่างรู้งาน
นางประสานมือคำนับ “เจียเหอคารวะท่านทวดหญิง”
“ดี ดี!”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มจนใบหน้าเบิกบาน พลางเอ่ยชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แม่นมฟาง ไปนำกล่องไม้แดงที่ล็อกไว้ในห้องข้ามา”
กล่าวจบ ฮูหยินผู้เฒ่าก็หยิบกุญแจจากตัวส่งให้แม่นมคนสนิท
ไม่นาน กล่องไม้แดงก็ถูกยกมา ฮูหยินผู้เฒ่าหยิบกำไลหยกเนื้อใสแวววาววงหนึ่งออกจากกล่อง แล้วยื่นให้หลิวอาเฉียว
“อาเฉียว นี่คือกำไลหยกขาวเฟิ่งหยางที่อดีตไทเฮาพระราชทานแก่ข้าในปีนั้น ข้าทะนุถนอมจนไม่เคยสวม วันนี้ขอมอบให้เจ้า เมื่อเห็นกำไลหยกวงนี้ ก็เสมือนได้พบอดีตไทเฮา ต่อไปหากผู้ใดรังแกเจ้า จงนำสิ่งนี้ออกมาให้เห็นก็พอ”
