“สิงชวน เจ้ามอบเรือนที่ใดให้น้องสาวของเจ้า เป็นเรือนแบบไหนหรือ?”
ฮูหยินกั๋วกงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองเมิ่งสิงชวนอย่างจริงจัง
เมิ่งสิงชวนกล่าวว่า “ท่านแม่ เรือนที่ข้ามอบให้อยู่ทางตะวันออก เป็นเรือนสามชั้นที่ท่านพ่อมอบให้ข้าในวันเกิดเมื่อหลายปีก่อน”
“เรือนหลังนั้นไม่เลว แต่ที่นี่มีเรือนที่ดีกว่านั้น อาเฉียว เจ้ากลับมาแล้ว ท่านแม่กับท่านพ่อจะชดเชยของขวัญที่ติดค้างเจ้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้ครบถ้วน
ทางตะวันตกมีเรือนที่ดีกว่านั้นอยู่หลังหนึ่ง อีกสักครู่แม่จะให้คนไปจัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้เจ้า ถึงยามนั้นครอบครัวของพวกเจ้าก็ย้ายไปอยู่ที่นั่นเถิด
ส่วนบ่าวไพร่ในเรือน แม่จะจัดเตรียมให้เจ้าเอง ทั้งยังจะคัดเลือกคนไปปรนนิบัติพวกเจ้าด้วยตนเอง”
ฮูหยินกั๋วกงมองหลิวอาเฉียวด้วยแววตาเปี่ยมความกระตือรือร้นอีกครั้ง บุตรสาวแท้ ๆ เพิ่งกลับมา นางรู้สึกติดค้างต่อลูกจนแทบอยากมอบทุกสิ่งที่ดีที่สุดให้
น่าเสียดายที่บุตรสาวออกเรือนไปแล้ว จึงไม่อาจกลับมาอยู่ในจวนกั๋วกงได้อีก
หลิวอาเฉียวประหลาดใจอยู่บ้าง นางไม่คิดว่าฮูหยินกั๋วกงกับคนอื่น ๆ จะยอมรับนางได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งยังดีกับนางมากเช่นนี้
นางไม่เคยสัมผัสความรักจากบิดามารดามาตั้งแต่เล็ก เมื่อเผชิญหน้ากับสายสัมพันธ์เช่นนี้จึงทำตัวไม่ถูก สุดท้ายหลิวเจียเหอก็เป็นฝ่ายเอื้อมมือมากุมมือนางไว้
จากนั้นหลิวเจียเหอก็เงยหน้าขึ้นยิ้มพลางกล่าวขอบคุณแทนหลิวอาเฉียวว่า “ขอบคุณท่านยายที่รัก พวกท่านดีกับพวกเรายิ่งนัก”
มารดาเป็นธิดาสายตรงของจวนกั๋วกง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นางสมควรได้รับ
