“ในที่สุดก็มาถึงจนได้ ก่อนอื่นไปถามราคากันก่อนดีกว่า” เฟิงชื่อไม่เคยไปเทศมณฑลมาก่อน แต่คิดว่าค่าเดินทางคงไม่ถูก จึงรู้สึกกังวลขึ้นมา
โจวฉงจึงวิ่งไปถามคนขับรถ คนขับมองเธอแล้วถามว่า “มีสัมภาระไหม ถ้าไม่มีคิด 70 เหรียญทองแดง ถ้ามีก็ต้องดูก่อนว่าหนักแค่ไหน”
เฟิงชื่อรีบเอาของจากกระเป๋าสะพายหลังสองใบมารวมไว้ในใบใหญ่ “มีสัมภาระแค่กระเป๋าสะพายหลังใบนี้ใบเดียว ไม่หนักหรอก ก็แค่สี่สิบถึงห้าสิบชั่งเท่านั้น”
คนที่นั่งอยู่บนรถต่างพากันหัวเราะ “ป้า สี่สิบห้าสิบชั่งยังไม่หนักอีกหรือ นั่นเท่ากับคนหนึ่งคนเลยนะ!”
“นั่นสิ” คนขับรถก็หัวเราะตาม “ถ้าเป็นคนหนึ่งคนบวกกับสัมภาระชิ้นนี้ ก็คิดรวมเป็น 110 เหรียญทองแดง กระเป๋าใบนี้ของคุณกินที่”
เฟิงชื่อเริ่มร้อนใจ “สี่สิบถึงห้าสิบชั่งก็แค่ครึ่งคน จะเท่ากับคนหนึ่งคนได้ยังไง พี่ชายคนนี้ ช่วยเห็นใจหน่อยเถอะ ลูกสาวฉันมีเหรียญทองแดงติดตัวไม่กี่เหรียญ ช่วยลดราคาให้หน่อย ไม่อย่างนั้นขากลับคงต้องเดินกลับมา”
คนขับรถเห็นแม่ลูกสองคนก็รู้ว่าเป็นคนยากจน จึงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด “เอาละ คิดเป็นเลขกลม ๆ 100 เหรียญทองแดง ถ้าไม่ตกลงก็ไม่เป็นไร กระเป๋าสะพายหลังของคุณใบใหญ่ขนาดนี้ กินที่ของคนหนึ่งคน ฉันก็ขาดทุนเหมือนกัน”
สุดท้ายพวกเธอก็จ่ายไป 100 เหรียญทองแดง
เฟิงชื่อเห็นว่ารถยังไม่ออก จึงรีบวิ่งไปซื้อหมั่นโถวสองลูกจากแผงขายอาหารที่อยู่ไกลออกไป แล้ววิ่งกลับมายัดใส่อ้อมแขนโจวฉง “เอาไว้กินระหว่างทาง อย่าปล่อยให้ท้องหิวล่ะ”
