“ก็จริงอยู่ แต่ถ้าเอาผ้าไปให้แล้วจะพูดอย่างไรล่ะ ถ้าเขาถามว่าเอาเงินมาจากไหน เจ้าจะอธิบายอย่างไร”
“จะมีอะไรต้องอธิบายมากมาย ก็บอกไปว่าหาเงินมาได้บ้าง ส่วนที่เหลือฉันไม่พูดหรอก เขาจะคิดอย่างไรก็เรื่องของเขา เราคืนมารยาทที่ควรคืนแล้ว แค่ไม่รู้สึกติดค้างในใจก็พอ”
“ตอนนี้เจ้าพึ่งพาตัวเองได้แล้ว ก็ถึงเวลาให้คนในหมู่บ้านรู้ว่าเจ้าหายดี สำหรับเด็ก ๆ นับเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง”
“ค่ะ ช่วงนี้คงต้องรบกวนแม่แล้ว ฉันทำอย่างอื่นได้ แต่เย็บเสื้อผ้ากับรองเท้าไม่เป็นเลย ครอบครัวเรามีกันตั้งหลายคน ไม่อย่างนั้นแม่หาคนมาช่วยทำด้วยกันสักคนไหมคะ เราจ่ายค่าจ้างให้ก็ได้”
“จะจ่ายค่าจ้างอะไร แม่ค่อย ๆ ทำก็ได้ เจ้าเย็บไม่เป็น แม่ก็สอนเจ้าได้ เด็ก ๆ โตขึ้นทุกวัน ในฐานะแม่ เจ้าก็ต้องเรียนรู้ให้เป็นบ้าง” ตอนนี้ในสายตาของเฟิงชื่อมีแต่ผ้าหลายพับนั้น มองจนแทบละสายตาไม่ได้
โจวฉงบอกให้ทุกคนพักผ่อน ส่วนตัวเองไปทำอาหารในครัว ไม่นานเสี่ยวซู่ก็เข้ามาช่วย
“แม่คะ คราวนี้แม่หาเงินได้เยอะไหมคะ”
โจวฉงพยักหน้ายิ้ม ๆ “หาได้เยอะเลย ลูกมีอะไรอยากซื้อหรือเปล่า”
เสี่ยวซู่ถูนิ้วมือไปมา “ผม...ผมอยากยืมเงินสักหน่อยครับ”
โจวฉงแปลกใจเล็กน้อย “บอกแม่มาสิว่าลูกอยากยืมเงินไปทำอะไร”
เสี่ยวซู่เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยหน้ามองเธอแล้วพูดว่า “น้องสาวของชานผิงชื่อชานฮวาตกจนบาดเจ็บ ไม่มีเงินซื้อยา ตอนนี้นอนรอความตายอยู่ที่บ้าน ผม...ผมอยากช่วยเธอครับ”
