ข่าวที่บ้านสกุลซูจู่ ๆ ก็ติดต่อกับสหกรณ์สรรพสินค้าและเริ่มส่งสินค้าให้หน่วยงานรัฐได้แพร่สะพัดไปทั่วโรงงานอาหารกระป๋อง บ้างก็อิจฉาริษยา บ้างก็ค่อนแคะเสียดสี แน่นอนว่ามีคนที่คิดว่าบ้านสกุลซูผ่านพ้นความลำบากมาจนพบวันดี ๆ แล้ว
จำนวนคนที่มาหาถึงบ้านยิ่งมากกว่า ล้วนมาพูดจาดี ๆ แต่ความจริงแล้วมาเพื่อสืบถามสถานการณ์ เมื่อเห็นว่าหลินหยุนหาคนงานผู้หญิงห้าคนไปช่วยทำงานในคราวเดียว ต่างก็แอบถามว่ายังต้องการคนเพิ่มอีกหรือไม่
หลินหยุนย่อมปฏิเสธอย่างนุ่มนวล บอกว่าตนหาคนได้แล้ว
พี่เฉียนมีมนุษยสัมพันธ์ดีในโรงงานอาหารกระป๋องมาโดยตลอด ส่วนป้าอู๋สมัยสาว ๆ ก็ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือการเย็บปักดีเยี่ยม ดังนั้นทุกคนแม้เสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับคะยั้นคะยอ มีเพียงภรรยาเฒ่าหลี่ที่ไม่ยอมแพ้ ในความคิดของนาง งานนี้ถ้าหลินหยุนไม่ให้นางทำก็ไม่ถูกต้อง!
ไม่ต้องพูดถึงว่านางถูกเอาเปรียบมาหลายครั้งหลายครา ยังไงซะ ถ้าหลินหยุนไม่ยอมให้นางหาเงิน นางก็จะด่าให้นางตายไปข้าง!
เฒ่าหลี่สูบบุหรี่พลางปลอบนาง “เอ็งก็ไม่ใช่คนขยันอะไร จะรนไปที่บ้านเขาทำไม? อีกอย่างบ้านเรากับบ้านเวยหัวก็เคยมีเรื่องขุ่นข้องกัน เอ็งไปทำงานที่นั่น มีแต่จะทำทั้งสองฝ่ายอัดอึด จะหาเรื่องสร้างศัตรูไปทำไม?”
ภรรยาเฒ่าหลี่ปรายตามองเขาทีหนึ่ง “กลัวจะทำให้บ้านสกุลซูขุ่นเคืองอะไรกัน? ตอนนี้บ้านเขามีอำนาจอะไรที่ไหน?”
เฒ่าหลี่พูดไม่ออก “ไม่มีอำนาจ แล้วเอ็งได้เปรียบเขาสักครั้งหรือเปล่าล่ะ?”
มีอยู่ประโยคหนึ่งที่เขาไม่ได้พูด นั่นคือนางยังถูกคนโยนลงคูน้ำเน่าไปหลายครั้ง!
ภรรยาเฒ่าหลี่ไม่สนใจ หลังจากกินข้าวเช้า นางก็มายืนอยู่หน้าประตูบ้านด่าทอเกรียวกราว ไม่ได้เจาะจงชื่อใคร แต่คนตาดีแวบหนึ่งก็รู้ว่าแม่เสือตัวนี้กำลังด่าใคร การไม่ได้เปรียบก็คือการเสียเปรียบ ในช่วงไม่กี่ปีนี้ ภรรยาเฒ่าหลี่มีเรื่องวิวาทกับคนในบ้านพักครอบครัวมาไม่น้อย
