เขาถามเธอสองครั้ง เธอปฏิเสธเขาสองครั้ง ต่างก็บอกว่าไม่ชอบเขา
คิดถึงตรงนี้ ซ่งฉือซวี้ก็กำมือเธอไว้แน่นขึ้นอีกนิด จากนั้นจึงใช้เสื้อคลุมลายพรางคลุมศีรษะของเธอไว้ “อยู่ในรถนะ อีกเดี๋ยวฉันขึ้นมา”
พูดจบเขาก็เปิดประตูลงจากรถทันที ไม่นานเสียงต่อสู้ก็ดังมาจากด้านนอก
ซูจินเล่ออยู่ในความมืด เธอกัดริมฝีปากแน่น ในใจคิดถึงเรื่องร้ายๆ นานา แต่เธอรู้ว่าถ้าลงจากรถตอนนี้มีแต่จะถ่วงพี่ซ่ง
แต่เขาก็ยังมีบาดแผลอยู่...
พวกผู้ชายด้านนอกก็ไม่คิดว่าคนในรถจะห้าวหาญถึงขนาดกล้าลงมาจากรถตัวเปล่า!
ชายอ้วนที่คร่อมมอเตอร์ไซค์พูดด้วยน้ำเสียงโอหัง “ไอ้หนู ดีๆ ก็เอาของบนรถโยนมาซะ แล้วปล่อยสาวคนนั้นให้พวกเราได้สนุกกันหน่อย พวกเราจะไว้ชีวิตแก”
คนที่อยู่ข้างหลังก็ตะโกนสำทับ “ในป่าเขาเปลี่ยวแบบนี้ ต่อให้พวกแกตายก็ไม่มีใครรู้ ข้าแนะนำให้แกรู้จักเจียมตัว อย่าให้พวกเราต้องลงมือ!”
ซ่งฉือซวี้ไม่พูดอะไร เขาขยับหมัด แล้วในตอนที่พวกนั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถีบเข้าใส่อย่างรวดเร็ว...
แม้พวกนี้จะผ่านการปล้นมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ใช่คู่มือของซ่งฉือซวี้เลย เพียงไม่กี่ยกก็ล้มลงนอนร้องโหยหวนกับพื้น โดยเฉพาะชายอ้วนนั่นที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
เขากุมเป้ากางเกงไว้ เจ็บจนพูดอะไรไม่ออก
ซ่งฉือซวี้ยิ้มเย็น “ดูป้ายทะเบียนรถฉันให้ดีๆ”
