ในที่สุดทั้งสองคนก็มานั่งที่โต๊ะอาหาร ซ่งฉือซวี้นั่งมองเธอกินข้าว
ซูจินเล่อสงสัย “คุณยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่หรือ?”
ซ่งฉือซวี้ยิ้มเบา ๆ “เพิ่งกินไปแล้ว”
ข้าวที่เขาพูดถึง...คงไม่ได้หมายถึงฉันหรอกนะ?
ซูจินเล่อหน้าแดง เธอกัดริมฝีปากแล้วด่าเขาเสียงเบาว่าไอ้คนลามก ก่อนจะเริ่มกินข้าวอย่างเอื่อยเฉื่อย ท่าทางการกินของเธอสุภาพเรียบร้อย อีกทั้งกินไม่มาก กินไปได้ครึ่งหนึ่งถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังโกรธเขาอยู่
“คุณไม่ได้กลับไปสืบเรื่องที่หานชิงเมิ่งไม่มาแสดงหรอกหรือ? ได้ความว่าอย่างไรบ้าง?”
หลังซูจินเล่อถามจบ ซ่งฉือซวี้ก็ดูงุนงงเล็กน้อย
เขาถามอย่างแปลกใจ “ผมจะไปสืบเรื่องเธอทำไม?”
ซูจินเล่ออดยกมุมปากขึ้นไม่ได้ “ฉันนึกว่าคุณจะเป็นห่วงเรื่องนี้เสียอีก”
ซ่งฉือซวี้พูดไม่ออก “ผมกับเธอไม่สนิทกัน ทำไมผมต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ด้วย?”
ซูจินเล่อเอ่ยเสียงเปรี้ยว “เธออยากพิสูจน์ว่าฉันตัดเสื้อผ้าไม่ถูกต้อง ก็เลยลดน้ำหนักอยู่ตั้งอาทิตย์กว่า สุดท้ายหิวจนน้ำตาลในเลือดต่ำ เลยไม่ได้มาแสดงในงาน”
ซ่งฉือซวี้ชะงักไป “สมองเธอมีปัญหาหรือไง?”
มีคนที่ทำลายโอกาสอันหาได้ยากเพียงเพื่อเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ? แม้เขาจะไม่ได้อยู่คณะนาฏศิลป์ แต่ก็รู้ว่าฉากเมื่อวานเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง การได้ขึ้นเวทีแสดงให้ผู้นำประเทศและมิตรชาวต่างชาติชม เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าเพียงใด!
สุดท้ายกลับขึ้นเวทีไม่ได้เพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ เรื่องนี้ช่างน่าขันจริง ๆ
ซูจินเล่อเงยหน้ามองเขา “คุณลองเดาสิว่าทำไมเธอถึงเล่นงานฉัน?”
ความรู้สึกที่หานชิงเมิ่งมีต่อเขา ซ่งฉือซวี้เองก็รู้ดี เขาเข้าใจต้นสายปลายเหตุได้อย่างรวดเร็ว ซูจินเล่อเกือบพลอยได้รับหายนะโดยไม่มีตัวตนไปด้วย ที่แท้ก็เป็นเพราะเขาดึงดูดความรักมาเองหรือ?
