ซูจินเล่อไม่เข้าใจ จึงถามว่า “มีอะไรเหรอ พี่จืออวิ้นรู้จักพี่ชายของฉันด้วยเหรอ?”
จ้าวจืออวิ้นตอบเร็วมาก “ไม่รู้จัก”
ซูจินเล่อกะพริบตา คนในคณะนาฏศิลป์จะไม่รู้จักพี่ชายของเธอได้ยังไง ชื่อเสียงของพี่ชายเธอต่ำเตี้ยขนาดนั้นเลยหรือ?
แต่จ้าวจืออวิ้นเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “ไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันไหม?”
ซูจินเล่อได้สติ “ฉันกลับบ้านไปกินข้าว”
เพราะเรื่องการซ้อมใหญ่พิธีสวนสนาม ซูอี้อันก็เอาแต่ยุ่งอยู่ในกรมทหารตลอดหลายวันนี้ ซูจินเล่อจึงต้องเก็บเรื่องจ้าวจืออวิ้นไว้ในใจก่อน
วันรุ่งขึ้นเธอเอาภาพแบบตัดเย็บไปให้จ้าวเสวี่ยฟางดูอีกครั้ง จ้าวเสวี่ยฟางเห็นแบบก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก จึงอนุมัติงบประมาณทันที “ทำไปเถอะ ไม่ต้องกังวล งานแสดงครั้งนี้จัดพร้อมพิธีสวนสนาม เหล่าผู้นำระดับประเทศก็จะมาชมด้วย เราต้องทำให้ดีที่สุด! โดยเฉพาะเครื่องแต่งกาย ต้องไม่ให้พลาดแม้แต่นิดเดียว!”
ซูจินเล่อรับคำ แม้แผนกส่งกำลังบำรุงจะมีกันห้าคน แต่จริง ๆ แล้วพี่ ๆ ทั้งหลายไม่มีความรู้เรื่องผ้าหรือวัสดุเลย พี่ซินก็แค่อยากทำงานไปวัน ๆ ให้เกษียณอย่างราบรื่น ไม่อยากเด่นดังและไม่อยากต้องรับผิดชอบอะไร
เรื่องวิ่งไปกลับโรงงานตัดเสื้อจึงตกเป็นของซูจินเล่อเพียงคนเดียว
เพราะชุดแสดงมีจำนวนมากเกินไป เธอไม่สามารถตัดเย็บเองทั้งหมดได้ จึงต้องรับผิดชอบแค่วัดขนาดให้เรียบร้อย แล้วไปประสานงานกับทางโรงงานตัดเสื้อ จากนั้นเลือกเนื้อผ้าและคุมงานก็พอ ง่ายกว่าตัดเย็บเองมาก
