ซูจินเล่อฟังแล้วโทสะก็พลุ่งพล่าน แทบอยากวิ่งไปตบเฉินจืออินเดี๋ยวนั้น บนโลกนี้มีผู้หญิงใจร้ายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน!
ซ่งฉือซวี้ตบมือเธอเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ “ตอนเด็ก ๆ ชีวิตฉันก็ไม่ได้ลำบากนัก ตอนแรกเฉินจืออินมีชนักติดหลัง จึงไม่กล้าปฏิบัติต่อฉันอย่างเข้มงวดเกินไป แต่พอฉันอายุสิบหก เธอก็เกลี้ยกล่อมพ่อให้ส่งฉันออกจากโรงเรียนไปเข้ากองทัพ”
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า นั่นกลับกลายเป็นโอกาสให้ซ่งฉือซวี้ได้เติบโตอย่างแท้จริง เขาเลื่อนตำแหน่งและสร้างผลงานในกองทัพมาตลอด ต่อให้เฉินจืออินอิจฉาแค่ไหนก็เอื้อมมือเข้ามายุ่งในกองทัพไม่ได้
ซ่งชิ่งซานเกษียณไปทั้งที่ยังเป็นเพียงหัวหน้ากองร้อย ส่วนเขาอายุยังไม่ถึงสามสิบก็ขึ้นเป็นผู้บังคับกองพันแล้ว หากไม่ใช่เพราะมีสายเลือดพ่อลูกเกี่ยวข้องกัน ซ่งชิ่งซานเจอเขายังต้องทำความเคารพด้วยซ้ำ!
ซ่งเจี๋ย ลูกชายของเฉินจืออิน อายุน้อยกว่าเขาสองปี เฉินจืออินรักลูกชาย ไม่อยากให้เข้ากองทัพไปลำบาก จึงส่งเสียให้เรียนหนังสือมาตลอด หวังให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วทำงานในหน่วยงานของรัฐในอนาคต น่าเสียดายที่ซ่งเจี๋ยไม่เอาไหน อย่าว่าแต่มหาวิทยาลัยเลย แม้แต่มัธยมปลายก็ยังสอบเข้าไม่ได้ สุดท้ายซ่งชิ่งซานต้องใช้เส้นสายและจ่ายเงินช่วยส่งเขาเข้าไป
ซ่งเจี๋ยสอบเข้ามหาวิทยาลัยติดต่อกันสองปี แต่คะแนนก็ยังห่างจากเกณฑ์รับเข้าอย่างมาก เฉินจืออินจึงคิดจะส่งเขาเข้ากองทัพอีกครั้ง และเป้าหมายแรกที่เธอเล็งไว้ก็คือตำแหน่งของซ่งฉือซวี้
