แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นคราวก่อน จ้าวจืออวิ้นจึงยังลังเลอยู่บ้าง “เล่อเล่อ พรุ่งนี้เธอเอาเสื้อผ้ามาที่คณะนาฏศิลป์ดีไหม ฉันลองที่นั่นก็ได้เหมือนกัน”
ซูจินเล่อคิดหาข้ออ้างจนสมองแทบระเบิด “ไปลองที่บ้านฉันดีกว่า ถ้าตรงไหนไม่พอดี ฉันจะได้จดไว้แก้ได้ทันที ถ้าเอามาที่นี่ ฉันต้องวิ่งไปวิ่งมาหลายรอบ”
“อย่างนั้นเองหรือ...” ดวงตาคู่สวยเย็นชาของจ้าวจืออวิ้นโค้งลงเล็กน้อย “ก็ได้ งั้นบ่ายนี้เราเลิกเร็วขึ้นหน่อย ช่วงสองสามวันนี้คณะนาฏศิลป์ก็ไม่มีธุระอะไร”
พอดีจะได้รีบลองเสื้อผ้าให้เสร็จ จะได้ไม่ต้องเจอซูอี้อัน ฝ่ายการเมืองค่อนข้างยุ่ง จะบังเอิญเจอกันทุกครั้งก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก
ซูจินเล่อเบือนสายตาหนี แทบไม่กล้าสบตาคู่ใสราวแก้วของจ้าวจืออวิ้น ความรู้สึกผิดในใจพุ่งถึงขีดสุด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอด่าพี่ชายตัวเองในใจว่าเกินไปจริง ๆ!
หลังจาก “หลอก” จ้าวจืออวิ้นสำเร็จ ซูจินเล่อก็กลับไปยังสำนักงานแผนกส่งกำลังบำรุงด้วยใจหนักอึ้ง
พี่ ๆ หลายคนกำลังนั่งกินเมล็ดแตงโมพลางคุยเรื่องซุบซิบกันตามเคย พอพี่ซินเห็นซูจินเล่อกลับมา ก็รีบหยิบเมล็ดแตงโมกำมือหนึ่งยื่นให้ “จินเล่อ เธอได้ยินหรือยัง หานชิงเมิ่งจากคณะนาฏศิลป์กำลังจะย้ายไปที่อื่นแล้ว”
หลังจากเกิดปัญหาเรื่องขนาดชุดเต้นรำคราวก่อน พวกเธอก็มองออกว่าหานชิงเมิ่งกับซูจินเล่อมีเรื่องบาดหมางกัน แต่แน่นอนว่าพวกเธอต้องเข้าข้างคนของแผนกส่งกำลังบำรุงอยู่แล้ว พี่ซินจึงพูดด้วยสีหน้าสะใจไม่น้อย
ซูจินเล่อถามอย่างสงสัย “ทำไมล่ะ?”
แม้คราวก่อนหานชิงเมิ่งจะไม่ได้ร่วมการแสดง แต่ก็ไม่ได้ถูกคณะนาฏศิลป์ไล่ออกเสียหน่อย ไม่นับเรื่องอื่น ฝีมือการเต้นของหานชิงเมิ่งก็ยังเก่งมาก
