โจวเจวียนเหนียงพูดไม่หยุด «หลี่ซิ่วซิ่วไม่ได้เป็นคนบ้านหลี่มานานแล้ว แต่งออกไปก็เหมือนสาดน้ำทิ้ง! จะเป็นจะตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา! แล้วเจ้าล่ะดีนักหรือ ถึงกับประเคนข้าวสารไปให้ถึงบ้าน นางให้อะไรตอบแทนเจ้าหรือ? นางจะเลี้ยงดูเจ้ายามแก่เฒ่าได้หรือ? ต่อไปก็ต้องพึ่งข้ากับลูกชายของเจ้าไม่ใช่หรือ!»
จังหวะนั้นเอง หลี่หมานหยวน พี่ชายของหลี่ซิ่วซิ่วก็แบกจอบกลับมาจากนา พอก้าวเข้าลานบ้านก็ได้ยินเสียงร่ำไห้โวยวายกับเสียงด่าทอของเมีย คิ้วพลันขมวดเข้าหากัน
พอโจวเจวียนเหนียงเห็นสามีกลับมา ก็ยิ่งได้ใจ หย่อนก้นนั่งแหมะลงบนพื้น ตบต้นขาพลางร้องไห้โวยวาย
«หลี่หมานหยวน! เจ้ากลับมาได้จังหวะพอดี! ดูเรื่องดี ๆ ที่พ่อเจ้าทำสิ! แอบเอาข้าวที่บ้านเราใช้ประทังชีวิตไปให้น้องสาวตัวดีของเจ้าแล้ว! ชีวิตนี้จะอยู่กันต่อไปไม่ได้แล้ว! ข้าทุ่มเททำงานหนักเพื่อครอบครัวนี้ สุดท้ายกลับสู้คนนอกไม่ได้! ข้าไม่อยากอยู่แล้ว!»
หลี่หมานหยวนมองพ่อที่นั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมกำแพงอย่างเงียบงัน ราวกับหดตัวเป็นก้อน ก่อนจะหันไปมองเมียที่กลิ้งเกลือกอาละวาด สีหน้าของเขาดูย่ำแย่และตะคอกอย่างหงุดหงิด
«จะโวยวายอะไรนักหนา! ยังอับอายขายหน้าไม่พอหรือไง?!»
ในใจเขาก็โกรธที่พ่อทำอะไรตามใจโดยไม่ปรึกษาใครอยู่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นพ่อแท้ ๆ เขาจึงทำเหมือนเมีย ชี้หน้าด่าพ่อไม่ได้
โจวเจวียนเหนียงชะงักไปเมื่อถูกเขาตะคอกใส่ ก่อนจะร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม
«ข้าอับอายหรือ? ข้าไปทำอะไรให้อับอายกัน? พ่อเจ้าต่างหากที่ทำเรื่องไม่เข้าท่า! ข้าวนั่น…»
