นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนชี้ไปยังสมุนไพรในตะกร้าสะพายหลัง แล้วลดเสียงลงอีกเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความน่าสงสารอยู่หลายส่วน
“ท่านผู้เฒ่าเห็นพวกเราน่าสงสาร ก็เลยบอกว่ายาในเทียบนี้มีอยู่สองสามชนิด อย่างหญ้าตะขาบน้ำนี่กับหญ้าเชอเฉียนนี่ ริมแม่น้ำแถวบ้านเราก็มี ถึงจะออกฤทธิ์ไม่ดีเท่าของที่ร้านยาปรุงไว้ แต่เก็บกลับไปต้มกินทุกวัน ก็ช่วยขับพิษร้อน ช่วยให้แผลแห้งและสร้างเนื้อใหม่ได้บ้าง อย่างไรก็ดีกว่าฝืนทนเอาเอง”
ระหว่างพูด ดวงตาของนางเริ่มแดงขึ้น นางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง
“โทษพวกเราเองที่เป็นพ่อแม่ไม่ได้เรื่อง ทำให้ลูกบาดเจ็บ แล้วยังไม่มีเงินซื้อยาให้ดี ๆ ต้องให้ลูกใช้วิธีพื้นบ้านแบบนี้รักษาแผล...ข้าเองก็ปวดใจเหลือเกิน...”
ป้าหวังได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจว่าเก็บสมุนไพรไปใช้รักษาบาดแผลให้ลูกสาว ครั้นเห็นหลี่ซิ่วซิ่วมีท่าทางอิดโรยและเศร้าสร้อย ความสงสัยในใจก็พลันเปลี่ยนเป็นความเห็นใจ รีบปลอบนางทันที
“โธ่ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง! เจ้าอย่าเศร้าไปเลย วิธีพื้นบ้านแบบนี้บางทีก็ได้ผลดีเหมือนกัน ประหยัดได้ก็ประหยัดไว้ก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือลูกหายดี รีบเก็บเถอะ แถวนี้ยังมีอีกเยอะ!”
หญิงชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่กำลังซักผ้าได้ยินบทสนทนา ต่างก็ส่งสายตาเห็นใจมาให้ ไม่คิดอีกว่าหลี่ซิ่วซิ่วเก็บ “หญ้ารก” เหล่านี้เป็นเรื่องแปลก กลับรู้สึกว่าครอบครัวนี้เคราะห์ซ้ำกรรมซัด น่าสงสารจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าบรรลุจุดประสงค์แล้ว หลี่ซิ่วซิ่วก็กล่าวขอบคุณอีกครั้ง ก่อนก้มหน้าตั้งใจเก็บสมุนไพรต่อไป ในใจพลันโล่งอก
