เฉินเสี่ยวซุ่ยถือหญ้าที่มีกลิ่นหอมสดชื่นของดินติดมาด้วย เดินไปหาแม่หลี่ซิ่วซิ่วซึ่งกำลังจัดผักป่าอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้ากังวล
“แม่ เราเอาอ่างไม้ไปที่ริมแม่น้ำกันเถอะ”
หลี่ซิ่วซิ่วชะงัก “เอาอ่างไม้ไปริมแม่น้ำทำไมล่ะ?”
“ลองดูว่าจะจับปลาตัวเล็ก ๆ มากินได้ไหม” เฉินเสี่ยวซุ่ยพูดเรียบ ๆ ทว่าน้ำเสียงหนักแน่นจนชวนให้เชื่อมั่น
หลี่ซิ่วซิ่วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เมื่อมองดวงตาสงบนิ่งของลูกสาวแล้ว ก็ยังหยิบอ่างไม้ผุพังเพียงใบเดียวที่มีอยู่ เดินตามลูกสาวไปยังริมแม่น้ำ พลางคอยระแวดระวังรอบด้าน
เฉินเสี่ยวซุ่ยให้แม่วางอ่างไม้ลงในน้ำตื้นใกล้ตลิ่ง โดยแช่ไว้เพียงครึ่งใบ ส่วนตัวเองเก็บก้อนหินผิวขรุขระขึ้นมาก้อนหนึ่ง วางลำต้นและใบของหญ้าเมาปลาลงบนหินแบนอีกก้อน แล้วออกแรงทุบจนแหลก บดให้ละเอียดเพื่อให้น้ำสีเขียวซึมออกมาเต็มที่
จากนั้นนางก็นำหญ้าที่บดละเอียดพร้อมน้ำคั้นใส่ลงในอ่างไม้ที่แช่อยู่ในน้ำ
น้ำใสในแม่น้ำค่อย ๆ ไหลเข้าอ่าง กลิ่นประหลาดจากน้ำคั้นหญ้าเมาปลาฟุ้งกระจายไปทั่ว
ตอนแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลี่ซิ่วซิ่วเผยสีหน้าผิดหวัง คิดว่าลูกสาวอาจยังป่วยไม่หายดี จึงคิดเพ้อเจ้อไปเอง
แต่ไม่นานนัก ภาพน่าอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น!
ปลาตัวเล็กยาวเท่านิ้วมือหลายตัวว่ายโซเซเข้ามาราวกับถูกบางอย่างดึงดูด พวกมันว่ายวนรอบอ่างไม้อย่างหยั่งเชิง ก่อนจะทยอยมุดเข้าไปในอ่างทีละตัว!
แม้จะเป็นเพียงปลาตัวเล็ก ๆ ธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ตัวที่ใหญ่ที่สุดก็ยาวไม่เกินหนึ่งคืบ แต่กลับมีมากถึงสิบกว่าตัว!
