ของเหลวเย็นสดชื่นไหลลงท้อง กระแสอุ่นอ่อนโยนสายเดิมแผ่ซ่านขึ้นมาอีกครั้ง หล่อเลี้ยงร่างกายอ่อนแอของเฉินเสี่ยวซุย ความเจ็บปวดตรงขมับคล้ายจะทุเลาลงไปอีกเล็กน้อย
เธอรู้สึกว่ากำลังวังชาค่อย ๆ ฟื้นคืนมา แม้จะเชื่องช้า แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดี
เธอไม่อยากนั่งเฉย ๆ จึงค่อย ๆ ขยับไปที่ปากประตู แล้วนั่งลงบนธรณีประตูเก่าโทรมที่ถูกขัดจนเรียบลื่น มองมารดากับน้องชายทำงานไปพลาง คอยสังเกตจุดสมุนไพรที่ยังไม่ได้เก็บบนแผนที่ระบบในหัวไปพลาง
ตอนนั้นเอง หญิงวัยกลางคนสองคนสะพายตะกร้า เตรียมไปขุดผักป่าทางหลังเขา บังเอิญเดินผ่านทางเล็ก ๆ หน้ากระท่อมมุงหญ้า
พวกนางมองสามคนที่ถูกไล่มาอยู่ที่นี่ด้วยความสงสัย แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นเฉินเสี่ยวซุยที่นั่งอยู่บนธรณีประตู ก็พลันชะงักงัน สีหน้าตกตะลึงจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
หญิงร่างผอมสูงคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะใช้ศอกสะกิดสหายข้างกาย แล้วลดเสียงลงพูดอย่างตื่นเต้นเกินเหตุ
“เฮ้! ดูเร็วเข้า! นั่นลูกสาวบ้านเฉินเอ้อร์ไม่ใช่หรือ? ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ?”
หญิงร่างเตี้ยอวบอีกคนเบิกตากว้าง เพ่งมองอย่างตั้งใจ
“สวรรค์! ใช่จริง ๆ ด้วย! เฉินเสี่ยวซุย! เมื่อวานไม่ได้พูดกันหรือว่านางหัวแตก เลือดไหลนองพื้น แม้แต่หมอเฒ่าหลิวก็ยังส่ายหน้าบอกว่าช่วยไม่ได้หรือ? นี่...ดูแล้วนอกจากหน้าซีดไปหน่อย ก็ไม่เหมือนคนใกล้ตายเลยนี่นา!”
“นั่นสิ! เมื่อวานยายเถียนยังบอกว่าหลานสาวไม่ไหวแล้ว ตายในบ้านจะเป็นลางร้าย ถึงได้รีบร้อนแยกบ้านให้ครอบครัวรองนี่นา แล้วนี่...ดูสบายดีไม่ใช่หรือ?”
