เฉินสือโถวรีบเร่งเดินทางมาถึงเมืองหยุนอู้ เขาตรงไปยังหอสุราใหญ่ที่สุดในเมืองก่อน นั่นคือ ‘หอเมามายเซียน’
เถ้าแก่ตรวจดูกระต่ายอ้วนสองตัวกับเก้งที่เขานำมา เห็นว่าทั้งหมดสดใหม่ดี จึงเสนอราคาให้
กระต่ายคิดเป็นชั่งละ 30 เหวิน สองตัวรวมกันได้ 270 เหวิน ส่วนเก้งตัวนั้นขนาดไม่เล็ก เนื้อก็ดี ให้ราคา 400 เหวิน
เฉินสือโถวลองคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว รวมกับเงินที่เหลือจากการขายหมูป่าก่อนหน้านี้อีกร้อยกว่าเหวิน ตอนนี้เขามีเงินติดตัวเกือบ 800 เหวินแล้ว!
ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อย
เขาเก็บเหรียญทองแดงหนักอึ้งไว้อย่างระมัดระวัง จากนั้นสะพายสมุนไพร ‘หญ้าตะขาบน้ำ’ ที่ตากไว้จนแห้งไปกว่าครึ่ง หนักยี่สิบกว่าชั่ง ไปยังร้านยา ‘หอจี้เซิง’ ในเมือง
หมอเฒ่าที่นั่งตรวจคนไข้หยิบสมุนไพรขึ้นมาสองสามก้าน พินิจดูอย่างละเอียด ก่อนยื่นเข้าไปดมใกล้ ๆ สีหน้าเผยแววประหลาดใจเล็กน้อย
“โอ้ หญ้าตะขาบน้ำนี่ทำความสะอาดมาเสียเรียบร้อยดีจริง ล้างดินออกหมด ทั้งยังไม่มีวัชพืชปะปนอยู่ด้วย เสียแต่ยังตากไม่แห้งสนิท”
เฉินสือโถวรีบตอบว่า “ท่านหมอ สมุนไพรนี่เพิ่งเก็บมาเมื่อวาน ตากแดดไปครึ่งค่อนวันแล้วขอรับ ท่านลองดู...”
หมอเฒ่าพยักหน้า “สภาพดีทีเดียว แถมยังใส่ใจดูแล แต่สมุนไพรชนิดนี้ไม่ได้หายาก ราคาจึงไม่สูง ถ้าแห้งสนิท ข้าจะให้ชั่งละ 5 เหวิน ของเจ้ายังแห้งไม่หมด สรรพคุณยากับน้ำหนักก็ลดลงหน่อย คิดชั่งละ 3 เหวินแล้วกัน เจ้าว่าอย่างไร?”
ชั่งละ 3 เหวิน!
เฉินสือโถวดีใจ รีบตอบว่า “ได้ขอรับ! เอาตามราคาที่ท่านหมอบอกเลย!”
