เขาหลับตานอนอยู่บนโซฟา ในใจรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
เหลือเวลาอีกแค่ห้าเดือนกว่า ๆ จะไม่ให้ร้อนใจก็คงไม่ได้ แต่ร้อนใจไปก็ไม่ช่วยอะไรอยู่ดี
ยากจริง ๆ...
ผ่านไปนาน หลินเซียวถึงลุกขึ้นเดินไปชั้นบน
ในเมื่อหลิ่วอวิ้นไม่ใช่ผู้มีพระคุณ เขาก็หมดความสนใจในตัวเธอไปด้วย การช่วยฉู่เหยาเหยากับอวิ๋นเยว่ย่อมเป็นประโยชน์กับเขามาก ส่วนอีกคนก็คือเจียงชูหนิง
หากคิดจะสร้างอิทธิพลขึ้นมาในอนาคต การร่วมมือกับเจียงชูหนิงย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
คุยเรื่องสมุนไพรเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาบำเพ็ญเพียร
แต่ปัญหาคือ เจียงชูหนิงกับหลิ่วอวิ้นพักอยู่ที่นี่ทั้งคู่ แล้วเขาจะบำเพ็ญเพียรได้อย่างไร?
ไปบ้านเจียงชูหนิงดีไหม?
เขาครุ่นคิดพลางเดินขึ้นชั้นบน พอถึงโถงทางเดินก็เห็นเจียงชูหนิงเดินออกมาจากห้องหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นห้องของหลิ่วอวิ้น
หลินเซียวรู้สึกจนใจเล็กน้อย เพราะห้องของหลิ่วอวิ้นอยู่ติดกับห้องเขาพอดี
ส่วนห้องของเจียงชูหนิงอยู่ตรงข้ามห้องเขา
“ชูหนิง”
เขาเอ่ยเรียกเบา ๆ
เจียงชูหนิงหันกลับมา ใบหน้าประดับรอยยิ้มบาง ๆ
“มีอะไรเหรอ?”
หลินเซียวยิ้มแล้วเอ่ยว่า “พอดีมีเรื่องอยากคุยด้วย เข้าไปคุยในห้องผมเถอะ”
เจียงชูหนิงดูประหลาดใจเล็กน้อย
“ได้สิ”
เธอไม่ได้คิดอะไรมาก หันหลังเดินเข้าไปในห้องของหลินเซียว
หลินเซียวเดินตามเข้าไปด้วย
ปัง!
ประตูห้องเพิ่งปิดลง ประตูห้องของหลิ่วอวิ้นก็เปิดออก
