หลิ่วอวิ้นหันไปมองเจียงชูหนิง ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เจียงชูหนิงเองก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน
หลินเซียว? ไอ้โรคจิต?
เธอนึกไม่ออกเลยว่าหลินเซียวจะเกี่ยวข้องกับคำว่าไอ้โรคจิตได้อย่างไร มันคนละเรื่องกันเลยไม่ใช่หรือไง?
เมื่อครู่หลิ่วอวิ้นเล่าให้เธอฟังมาตลอดทาง ทั้งยังโกรธจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ เธอก็พลอยเออออตามไปด้วย คิดไม่ถึงเลยว่าคนโรคจิตที่ถูกด่ามาตั้งนานจะเป็น...หลินเซียว?
เธอเหลือบตาขึ้นมอง พอดีกับสบตาหลินเซียวที่กำลังมองมาอย่างจนใจ
“อวิ้นอวิ้น เธอ...เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?”
เธอถามพร้อมรอยยิ้ม
เพียงประโยคเดียวก็เห็นชัดว่าเธอยืนอยู่ข้างหลินเซียว แน่นอนว่าเธอเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไม่มีลังเล
“เข้าใจผิดเหรอ? เมื่อกี้ฉันเล่าให้เธอฟังตั้งนานแล้ว ยังจะเข้าใจผิดอะไรได้อีก?”
หลิ่วอวิ้นขมวดคิ้ว พูดอย่างไม่พอใจ
เจียงชูหนิงยิ้มอย่างจนใจ “อวิ้นอวิ้น เขาชื่อหลินเซียว ไม่ใช่คนแบบที่เธอพูดถึงหรอก”
สีหน้าโกรธเกรี้ยวปรากฏบนใบหน้าหลิ่วอวิ้น
“ชูหนิง เธอ...ลำเอียงเกินไปแล้วมั้ง” เธอทำหน้าเอือมระอา
เจียงชูหนิงเหลือบมองเธอเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “เธอต่างหากที่เชื่อมั่นในตัวเองเกินไป”
หลินเซียวเลิกคิ้วขึ้นอย่างอดไม่ได้
สมกับเป็นเพื่อนสนิทกันจริง ๆ พูดแทงใจดำข้อเสียที่สุดของผู้หญิงคนนี้ได้ตรงเผง
หลิ่วอวิ้นมองเธออย่างไม่อยากเชื่อ
“ฉัน...มั่นใจในตัวเองเหรอ?”
เจียงชูหนิงพยักหน้าเบา ๆ “แน่นอน ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น ฉันคงเชื่อคำพูดเธอโดยไม่มีเงื่อนไข และคิดว่าผู้ชายคนนั้นจงใจพุ่งเข้ามาชนเธอ แต่คนนี้คือหลินเซียว ไม่มีทางเป็นแบบนั้นเด็ดขาด”
