คนด้านล่างยังคงกรูกันขึ้นมา บันไดกว้างขวางพลันแออัดยัดเยียด ปืนพลังงานของทุกคนในบริเวณที่ถูกน้ำสาดเริ่มกะพริบไฟแดงอย่างบ้าคลั่ง
กึก ๆ ๆ
เสียงเหนี่ยวไกดังขึ้นไม่ขาดสาย
ฉู่เหยาเหยาตะโกนเสียงหวานว่า “ยิง!”
เหล่าพี่น้องที่ซุ่มอยู่สองฟากมานานแล้วรีบพุ่งออกมา เหนี่ยวไกปืนทันที
ปัง ๆ ๆ!
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมแสงที่วาบไหวไม่ต่างจากลำแสงเลเซอร์
“อ๊าก!”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นฉับพลัน ผู้คนล้มลงทีละคน
“นี่มันตัวประหลาดอะไรกัน! อะไรเนี่ย?”
“ปืนของพวกเราใช้ไม่ได้แล้ว! ถอย... อ๊าก!”
“รีบถอย! รีบถอย! คนข้างล่าง ถอยเร็ว!”
เสียงตะโกนเร่งร้อนดังขึ้นระงม
ฉู่เหยาเหยาจ้องชายวัยกลางคนในชุดขาวท่ามกลางฝูงชนเขม็ง แต่ไม่มีโอกาสได้ลงมือยิงเลย
คนกลุ่มหนึ่งวิ่งหนีลงไปอย่างทุลักทุเล ทว่าบนบันไดมีศพนอนเกลื่อนอยู่ราวยี่สิบศพแล้ว
เมื่อไม่เห็นใครแล้ว ฉู่เหยาเหยาจึงปิดสวิตช์
เธอมองกองศพ ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
เธอไม่เข้าใจเลยว่าพี่หลินเซียวจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้อย่างไร ถึงกับหาของวิเศษแบบนี้มาได้ด้วย!
ขณะเดียวกัน เสียงร้องโหยหวนและเสียงปืนพกที่ดังถี่รัวก็ดังมาจากบันไดอีกฝั่ง
มุมปากฉู่เหยาเหยากระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นชา
“หลี่เป้า พาคนตามไป! อย่าปล่อยให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว!”
เธอตวาดเสียงเย็น
ทุกคนสบตากันไปมา ความตึงเครียดเมื่อครู่หายไปสิ้น เหลือเพียงสีหน้าตื่นเต้นและดวงตาที่เป็นประกาย
