ฉู่เหยาเหยาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนยิ้มกล่าวว่า “ใช่ แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับหินวิญญาณ หยกวิญญาณชิ้นนี้เป็นเศษที่หลุดออกมาจากกำแพงเมืองซึ่งติดตั้งปืนใหญ่พลังงานไว้ป้องกันเมือง เพราะสัมผัสกับพลังงานอยู่บ่อยครั้ง มันจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง”
“และเพราะปืนใหญ่พลังงานมีไว้ป้องกันสัตว์อสูร จึงมีคำกล่าวว่ามันเป็นเครื่องรางคุ้มกาย”
หลินเซียวเข้าใจขึ้นมาทันที พลิกดูหยกไปมา ยิ่งดูก็ยิ่งชอบ
“ดีเลย นึกว่าจะให้ฉันเอาไปขายเสียอีก ในเมื่อเป็นของที่ให้ฉัน งั้นก็ต้องเก็บรักษาให้ดีแล้วล่ะ”
เขาไม่พูดมาก ทำท่าจะสวมมันเสียเดี๋ยวนั้น
คำพูดเหล่านั้นทำให้ฉู่เหยาเหยารู้สึกอบอุ่นใจและมีความสุขจนบรรยายไม่ถูก
“ให้ฉันช่วยนะ พี่หลินเซียว”
เธอรีบก้าวเข้ามาอ้อมไปด้านหลังหลินเซียว แล้วยื่นมือขาวผ่องออกมาผูกจี้ให้อย่างระมัดระวัง
“เรียบร้อยแล้ว”
เธอเดินกลับมา พลางยิ้มกล่าว
หลินเซียวจับจี้ขยับไปมาสองครั้ง ก่อนถามว่า “สวยไหม?”
ฉู่เหยาเหยาพยักหน้าแรง ๆ
“สวยค่ะ”
มุมปากของหลินเซียวโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม เขากล่าวว่า “ดี งั้นฉันไปจัดการธุระก่อน จำไว้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็รอฉันกลับมา ห้ามเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเด็ดขาด”
ฉู่เหยาเหยาพยักหน้าแรง ๆ อีกครั้ง
“ได้ค่ะ ฉันจำไว้แล้ว”
หลินเซียวพยักหน้าเบา ๆ แล้วยิ้ม ขณะที่กำลังจะพูดต่อ หางตาก็พลันเห็นเงาร่างหนึ่งโผล่ขึ้นมา
แววตาของเขาหรี่ลง รีบพูดขึ้นโดยไม่ต้องคิด
“ฉันไปก่อนนะ!”
พูดทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง ก่อนจะวูบหายออกจากพื้นที่ของแหวน
