เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมองไปยังผิวน้ำในทะเลสาบแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ได้มีวาสนากับสาวงามประจำมหาวิทยาลัยซูต้าแบบนี้ ถือเป็นเกียรติของผมเลยครับ”
ซูเมี้ยวเมี้ยวย่นจมูกเบา ๆ
“อะไรกัน ฉันกำลังพูดเรื่องจริงจังอยู่นะ” เธอเม้มมุมปาก เอ่ยเสียงแผ่ว เปี่ยมเสน่ห์แบบหญิงสาว
หลินเซียวหันไปมองเธออย่างลึกซึ้ง
“ผมก็พูดจริงจังเหมือนกันนี่ครับ เป็นเกียรติมากจริง ๆ”
ความรู้สึกที่รอคอยมานานกลับเกิดขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย ทว่าเขากลับไม่รู้ว่าจะตอบรับมันอย่างไร
ฮึ
ซูเมี้ยวเมี้ยวส่งเสียงฮึเบา ๆ เช่นกัน เธอเองก็เดาไม่ออกว่าหลินเซียวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
เธอครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ทั้งยังรู้สึกกระดากปาก ไม่อยากพูดออกมาตรงเกินไป
หลินเซียวหันกลับไป
“ทำไมจ้าวจวิ้นถึงเงียบไปแล้วล่ะ ไม่ตามมาแล้วหรือ?” เขาถามด้วยความสงสัย
ซูเมี้ยวเมี้ยวถูกดึงความคิดให้เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
“นั่นสิ เมื่อกี้ยังตามมาตลอดเลย” เธอเองก็สงสัย
หลินเซียวเริ่มทนบรรยากาศแบบนี้ไม่ไหว จึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ ว่า “รออีกสามนาที ถ้ายังไม่มาก็กลับกันก่อนเถอะ”
ซูเมี้ยวเมี้ยวพยักหน้าเบา ๆ
“ก็ดีเหมือนกัน จะให้รออยู่แบบนี้ตลอดก็คงไม่ได้”
ทั้งสองหันไปมองผิวน้ำอีกครั้ง หลินเซียวรีบหาเรื่องอื่นมาคุย
“วันนี้ฟ้าครึ้ม ๆ นะ ฝนจะตกหรือเปล่า?”
“เหมือนจะตกนะ”
“งั้นเราคงต้องรีบกลับแล้วล่ะ อย่าให้เปียกฝนเลย”
“อ้อ ได้สิ”
……
หลินเซียวชวนคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย เพื่อไม่เปิดโอกาสให้ซูเมี้ยวเมี้ยวพูดถึงความรู้สึก
