หลินเซียวมองร่างของเธอ รับรู้ได้ถึงความสับสนในใจของเธอ
“ผมมีเสบียง ขอแค่ไม่ถูกสัตว์อสูรล้อมโจมตี ก็รับประกันได้ว่าพวกคุณจะอยู่รอด ดังนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร” เขาอธิบายพร้อมรอยยิ้ม
ฉู่เหยาเหยาพลันเข้าใจ
ในใจเธอซาบซึ้งอย่างยิ่ง จึงยิ้มกล่าวว่า “ยังดีที่ได้พบพี่หลินเซียว”
“พอฟ้าสว่าง ฉันจะพยายามพาคนไปค้นหาทองคำกับหยกอะไรพวกนั้น ให้ได้มากที่สุดก่อนเมืองจะถูกตีแตก จะได้เอามาให้พี่หลินเซียว”
หลินเซียวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“ได้ ระวังตัวด้วยนะ พรุ่งนี้เสบียงจะมาถึงแน่นอน อยากใช้เท่าไรก็ใช้ วางใจได้เลย”
เขากำชับ
ฉู่เหยาเหยาพยักหน้าอย่างแรง
หลินเซียวไม่ได้พูดอะไรอีก เงาร่างของฉู่เหยาเหยาวูบไหว ก่อนจะหายไปจากพื้นที่ของแหวน
เขาค่อย ๆ มองไปยังพื้นที่สีเขียวทางด้านขวา ที่นั่นยังคงมืดสลัว ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
พื้นที่นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หลินเซียวรู้สึกฉงนใจอย่างยิ่ง กำลังจะกลับออกไป ทันใดนั้น สิ่งของชิ้นหนึ่งบนพื้นซึ่งสะท้อนแสงวาบก็ดึงดูดความสนใจของเขา
เอ๊ะ? อะไรน่ะ?
หลินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จำได้ว่าคราวก่อนที่เข้ามาเหมือนจะไม่มีของชิ้นนี้
เขาก้าวเดินเข้าไปหา
ยิ่งเข้าไปใกล้ ก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น จนในที่สุดก็มองเห็นได้ถนัดตา
บนพื้นมีหินใสชิ้นหนึ่งวางอยู่ ขนาดเท่าฝ่ามือเด็กทารก เนื้อวัสดุคล้ายคริสตัล
มันมาโผล่ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
หลินเซียวกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วถามเสียงเรียบว่า “มีใครอยู่ไหม? ได้ยินหรือเปล่า?”
