หลิ่วอวิ้นได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองเจียงชูหนิง
แบบนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย
เธอกินไปพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของหลินเซียวไปพลาง
เธอต้องการสมุนไพรเหล่านั้นอย่างเร่งด่วนก็จริง แต่ถ้าต้องแลกมาด้วยการลดศักดิ์ศรี เธอยอมไม่เอาเสียยังดีกว่า
หลินเซียวไม่ได้ใส่ใจ เขากินไปพลางตอบไปพลางว่า “ได้สิ”
หลิ่วอวิ้นเบ้ปากน้อย ๆ ก่อนจะกินต่อ
เธอเองก็พบว่าหลินเซียวคนนี้ไม่ได้แย่อย่างที่เคยคิดไว้
หรือสัญชาตญาณของเธอจะผิดพลาดจริง ๆ?
หลิ่วอวิ้นยังไม่อยากเชื่อและไม่อยากยอมรับเรื่องนี้
มุมปากของเจียงชูหนิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “อวิ้นอวิ้น งั้นพนันของเราก็จบได้แล้วใช่ไหม?”
หลินเซียวไม่ได้เงยหน้า เพียงตั้งใจฟังเงียบ ๆ
มือที่กำลังคีบอาหารของหลิ่วอวิ้นชะงักไป เธอถึงนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องพนันค้างอยู่
“ทะ... ทำไมต้องจบด้วยล่ะ?”
เธอถามกลับอย่างไม่เป็นธรรมชาตินัก
เจียงชูหนิงตอบอย่างเห็นเป็นเรื่องสมควรว่า “เธอก็พิสูจน์แล้วไม่ใช่เหรอว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
ความหยิ่งทะนงในใจของหลิ่วอวิ้นย่อมไม่ยอมให้เธอก้มหัว
“ฉะ... ฉันยังไม่ได้พิสูจน์สักหน่อย พิสูจน์ได้แค่ว่าวันนั้นที่เขาชนฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่พิสูจน์เรื่องอื่นไม่ได้ เวลาเดิมพันก็ยังไม่หมด เราก็ยังไม่จบพนันกัน”
เธอขมวดคิ้ว พูดอย่างดื้อรั้น
หลินเซียวเบ้ปากน้อย ๆ ขี้เกียจจะสนใจ
เจียงชูหนิงยิ้มถาม “ยังจะยืนกรานอีกเหรอ?”
หลิ่วอวิ้นตอบอย่างมั่นใจว่า “แน่นอนสิ ฉันไม่มีทางยอมแพ้หรอก ฉันเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองด้วย”
เจียงชูหนิงยิ้มแล้วพยักหน้า
