แม้ฉู่เหยาเหยาจะเคยพบเจอเรื่องใหญ่โตมานับไม่ถ้วน แต่ถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“พี่หลินเซียว คุณ...รู้ได้ยังไงว่าเป็นฉันคะ?”
เธอฝืนยิ้มออกมา ท่าทางดูเกร็งอยู่เล็กน้อย
เขาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอ บุญคุณที่เขามอบให้มากมายเสียจนชาตินี้เธอก็ไม่มีวันชดใช้ได้หมด
หลินเซียวยิ้ม
“ดูจากรูปร่างน่ะ” เขาตอบ
แม้ฉู่ซือซือจะสวยไม่แพ้กัน แต่รูปร่างยังต่างจากฉู่เหยาเหยาอยู่บ้าง เธอถูกโรครุมเร้ามานาน ทั้งยังขาดสารอาหาร ร่างกายจึงผอมซูบ ผิวขาวซีดอย่างคนป่วย ริมฝีปากไร้สีเลือด
ฉู่เหยาเหยาพลันเข้าใจ แต่จู่ ๆ ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
หลินเซียวหันไปมองฉู่ซือซือ
“นี่น้องสาวคุณสินะ หน้าตาเหมือนกันมากเลย” เขาพูดพลางยิ้ม
ฉู่เหยาเหยาพยักหน้ารัว ๆ แล้วยิ้มตอบ “ใช่ค่ะ เราเป็นพี่น้องแท้ ๆ กัน ห่างกันไม่ถึงสองปีเอง”
“ซือซือ ยังไม่รีบทักทายพี่หลินเซียวอีก”
ฉู่ซือซือดูเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะก้มศีรษะคำนับเบา ๆ
“คารวะพี่หลินเซียวค่ะ”
คำเรียกนี้ทำให้เธอรู้สึกกระดากอายขึ้นมาเต็มอก
ช่างฟังดูสนิทสนมเกินไปแล้ว!
แต่พอนึกถึงความช่วยเหลือที่หลินเซียวมอบให้พวกเธอ เธอก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ
หลินเซียวยิ้มน้อย ๆ แล้วพยักหน้า
“สวัสดี ซือซือ ยินดีที่ได้รู้จัก ตอนนี้พี่ไม่มีของดี ๆ ติดตัว เอาขนมไปกินก่อนแล้วกัน”
เขาถือมันฝรั่งทอดสองถุงยื่นไปให้
พอรู้ว่าจะได้เจอกัน เขาก็อุตส่าห์ออกไปหาของขวัญ แต่หาไปหามาก็มีแค่มันฝรั่งทอดสองถุงที่วางอยู่บนโต๊ะกลาง
