เธอไม่พูดอะไร สีหน้าลึกลับ
เมื่อหลิ่วอวิ้นเห็นท่าทางเช่นนั้น สีหน้าก็เผยความตกตะลึงขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวนะ... เธอหมายความว่ายังไง? เธอหลงเสน่ห์เขาจริง ๆ เหรอ?”
เธอถามอย่างไม่อยากเชื่อ
เจียงชูหนิงเงยหน้าสบตา ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มตอบว่า “การหลงเสน่ห์เขา เป็นเรื่องน่าอายตรงไหนหรือ?”
คำถามนี้ทำให้หลิ่วอวิ้นไม่รู้จะตอบอย่างไรไปชั่วขณะ
เธอตะลึงงัน
เจียงชูหนิงจ้องมองพลางยิ้มละไม ไม่พูดอะไรสักคำ ทำให้หลิ่วอวิ้นเดาใจไม่ออก
……
ไนต์คลับเฟิงเยว่
ปัง ๆ ๆ
เสียงประตูรถดังต่อเนื่องกันเป็นชุด พวกนักเลงกลุ่มหนึ่งรีบขึ้นรถ หลินเซียวเองก็นั่งอยู่ในรถบีเอ็มดับเบิลยู ตรงที่นั่งคนขับเช่นเดิม
หลิวซานเอ๋อร์นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ยิ้มถามว่า “คุณหลิน ให้ผมขับไหมครับ?”
หลินเซียวส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ต้อง ฉันชอบขับรถอยู่แล้ว”
เขาขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นดังนั้น หลิวซานเอ๋อร์ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ในใจรู้สึกประหลาดอยู่ไม่น้อย
มีหัวหน้าแก๊งที่ไหนขับรถเองกัน?
“เล่ามาสิ แผนเป็นยังไง” หลินเซียวถามอย่างไม่ใส่ใจ
หลิวซานเอ๋อร์มีสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย ก่อนยิ้มกล่าวว่า “ซัพพลายเออร์อาหารคนนั้นกลัวผม เลยประกาศไปแล้วว่า ถ้าเจ้าของบริษัทสื่อแห่งนี้ให้ความร่วมมือ เขาก็จะร่วมมือแน่นอน แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องรับผิดชอบค่าผิดสัญญา”
มุมปากหลินเซียวโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“เรื่องเล็กน้อย งั้นตอนนี้เราก็ไปหาเจ้าของบริษัทสื่อนั่นใช่ไหม?” เขาถามพร้อมรอยยิ้ม
