น้ำเสียงที่แตกสลายนั้นทำให้หัวใจของหลินเซียวสั่นสะท้านตามไปด้วย
เขาสงบอารมณ์ลง ส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ แล้วกางแขนออกเช่นกัน
ร่างอ่อนนุ่มของฉู่เหยาเหยาพุ่งเข้ามาในอ้อมกอดของหลินเซียวอย่างรวดเร็ว แขนทั้งสองข้างกอดเอวเขาไว้แน่น ใบหน้าซบลงบนอกของเขา
น้ำตาพลันไหลเปียกเสื้อของหลินเซียว
เธอพูดอะไรไม่ออก น้ำตาทะลักพรั่งพรู ระบายความรู้สึกพังทลายตลอดทั้งค่ำคืนออกมาผ่านเสียงสะอื้น
หลินเซียวสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความอัดอั้นที่สะสมอยู่ในใจของฉู่เหยาเหยา เขารู้สึกซาบซึ้ง ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเธอเบา ๆ
“เอาละ ๆ ไม่เป็นไรแล้ว ฉันยังสบายดีนี่ อาการก็ดีขึ้นเกือบหมดแล้ว แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ต้องกังวลนะ”
เขาปลอบเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ฉู่เหยาเหยายังคงพูดไม่ออก ได้แต่สะอื้นฮัก ๆ
หลินเซียวกัดฟันแน่น ก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว ซุกใบหน้าไว้ท่ามกลางเส้นผมดำขลับของฉู่เหยาเหยา
“ไม่เป็นไรแล้วนะ”
เขาปลอบเธออีกครั้ง
ผ่านไปนาน ฉู่เหยาเหยาจึงหยุดร้องไห้ เงยดวงตาบวมแดงขึ้น จ้องมองใบหน้าของหลินเซียวไม่วางตา
“พี่หลินเซียว หนูกลัวแทบตาย ไม่เคยกลัวขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยรู้สึกสิ้นหนทางขนาดนี้เลย”
เธอพูดเสียงสะอื้น พลางปล่อยให้น้ำตาหยดแหมะ ๆ ลงมาอีกครั้ง
หลินเซียวรับรู้ได้
เขาประคองใบหน้าของฉู่เหยาเหยาไว้ด้วยสองมือ ใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มให้ ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “เอาละ ไม่ร้องแล้วนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ฉันดวงแข็ง ไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
