แววตาของเขาคมกริบ เปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน แม้แต่คำพูดก็ยังแฝงไว้ด้วยการข่มขู่
ซูปิ่งหลงสูดหายใจเข้าลึก ๆ
เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เรื่องดำเนินต่อไปเช่นนี้ ย่อมต้องถูกตระกูลจ้าวแก้แค้นแน่ เผลอ ๆ อาจถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด
แต่เขาก็ยอมไม่ได้
“ใช่ครับคุณจ้าว ผมยอมไม่ได้”
เขาเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
มุมปากของหลินเซียวกระตุกขึ้นเล็กน้อย
ไม่ใช่คนดีอะไร แต่พอจะนับว่าเป็นพ่อที่ดีได้อยู่ เพียงแต่หัวไม่ค่อยไวเท่าไร
ผู้คนรอบข้างสบตากัน ก่อนจะมองคู่สามีภรรยาซูด้วยแววตาเวทนา
คราวนี้จบเห่แน่
ความโกรธบนใบหน้าจ้าวหม่านถังปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ดี ซูปิ่งหลง ฉันให้โอกาสนายแล้ว แต่นายไม่เห็นค่าเอง ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่ไว้หน้า!”
เขาพูดเสียงต่ำ
ซูปิ่งหลงมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน
“คุณจ้าว ขอโทษครับ”
จ้าวหม่านถังแค่นเสียงเย็นชา “ขอโทษงั้นเหรอ? คำนี้ฉันต่างหากที่ควรพูดกับนาย! มาเร็ว จัดการเดี๋ยวนี้ จับลูกสาวของเขามาให้ฉัน!”
แม่ซูถึงกับทำอะไรไม่ถูก
แววตาของซูปิ่งหลงก็วูบไหวด้วยความสิ้นหวัง
แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้แล้ว
สิ่งเดียวที่ทำได้คือหวังว่าหลินเซียวจะปกป้องซูเมี้ยวเมี้ยวได้
ชายฉกรรจ์สองคนรีบขานรับ
“ครับ!”
พวกเขากำลังจะหันหลังกลับ ทันใดนั้นเสียงใสเย็นเสนาะหูก็ดังขึ้นจากในโถงใหญ่
“ไม่ต้องลำบากแล้ว ฉันมาเอง”
สายตาทุกคู่หันไปยังต้นเสียง
ซูเมี้ยวเมี้ยวเดินออกมาจากด้านหลังฝูงชน ใบหน้างามเย็นชาเล็กน้อย ฝีเท้ามั่นคง ส่วนนักพรตฟางก็หายตัวไปแล้ว
